请选择 进入手机版 | 继续访问电脑版
设为首页收藏本站

泰国华人论坛

 找回密码
 立即注册

QQ登录

只需一步,快速开始

查看: 6934|回复: 32

[中泰对照] 1978  中国,回来了

[复制链接]

该用户从未签到

发表于 2012-10-5 14:20:42 | 显示全部楼层 |阅读模式
1978  中国,回来了
ปีค..1978  ประเทศจีน    ได้กลับมาเเล้ว
我流浪儿般赤着双脚走来,
深感到旅程上顽石棱角的坚硬,
再加上那一丛丛拦路的荆棘,
使我每一步都留下一道血痕。
                                      ————食指:《热爱生命》,1978年

ผมเดินมาโดยเท้าเปล่าเหมือนเด็กพเนจร
ด้วยความรู้สึกอย่างลึกซึ้งในความแข็งของมุมเเละขอบก้อนหินระหว่างการเดินทาง
ซ้ำกับหนามที่กีดขวางเเต่ละพุ่มนั้น
ทำให้ผมได้รับรอยเลือดเเต่ละก้าว
            ---- นิ้วชี้ :"รักชีวิตอย่างลึกซึ้ง", ปีค.ศ.1978

1978年11月27日,中国科学院计算所34岁的工程技术员柳传志按时上班,走进办公室前他先到传达室拎了一把热水瓶,跟老保安开了几句玩笑,然后从写着自己名字的信格里取出了当日的《任命日报》一般来说他整个上午都再读报中度过。20年后,他回忆说:

  วันที่ 27 พฤศจิกายนปีค.ศ. 1978 นายหลิ่วฉวนจื้อ  อายุ๓๔ปี ซึ่งเป็นช่างเทคนิควิศวกรรมของสถาบันคำนวณวิทยาเเห่งประเทศจีนไปทำงานตามเวลา ก่อนที่เขาเดินเข้าห้องทำงานเขาไปเอากระติกน้ำร้อนหนึ่งกระติกที่ห้องประชาสัมพันธ์ก่อน  คุยเล่นกับยามผู้อายุมากสักครู่ เเละได้หยิบ หนังสือพิมรายวันการเเต่งตั้งในวันนั้นออกจากช่องวางจดหมายที่เขียนชื่อของตัวเอง ตามปกติเขาอ่านหนังสือพิมพ์ทั่วทุกเช้า เวลา 20 ปีผ่านไป  เขาได้หวนคิดว่า:
  “记得1978年,我第一次在《人民日报》上看到一篇如何养牛的文章,让我激动不已。自打‘文化大革命’以来,报纸一登就全使革命,全是斗争,全是社论。在当时养鸡、种菜全被看成是社会主义尾巴,是要被割掉的,而《人民日报》竟然登载养牛的文章,气候真是要变了!”
"ผมจำได้ว่าในปีค.ศ.1978 ครั้งแรกที่ผมได้อ่านบทความที่เกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงควายบทหนึ่งจาก"หนังสือพิมพ์รายวันประชาชน" ซึ่งมันทำให้ผมฮึกเหิมมาก   นับตั้งเเต่'การปฏิวัติทางวัฒนธรรม' เนื้อหาในหนังสือพิมพ์มีเเต่เรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิวัติ  การต่อสู้ เเละบรรณาธิการหมด  ในเวลานั้นการเลี้ยงไก่เเละปลูกผักเป็นต้นได้ถือว่าเป็นทุนนิยม   ซึ่งต้องถูกโจมตีเเน่นอน  เเต่นึกไม่ถึงจริงๆว่า"หนังสือพิมพ์รายวันประชาชน"ได้ลงบทความที่เกี่ยวกับการเลี้ยงควาย  ดูเหมือนสถานการณ์สังคมอาจจะเปลี่ยนนะครับ"
   从现在查阅的资料看,日后创办了赫赫有名的联想集团的柳传志可能有点记忆上的差失。因为载已经泛黄的1978年《人民日报》中,并没有如何养牛的文章,而有一篇科学养猪的新闻。载这天报纸的第三版上,有一篇长篇报道是《群众创造了加快养猪事业的经验》   ,上面细致地介绍了广西和北京通县如何提高养猪效益的新办法,如“交售一头可自宰一头”、“实行公有公养的新办法”等等。柳传志看到的应该是这一篇新闻稿。
จากข้อมูลที่ตรวจสอบในปัจจุบัน นายหลิ่วฉวนจื้อซึ่งได้ก่อตั้งกรปเเลนอวLenovo Group Limitedที่มีชื่อเสียงดังไปทั่วโลกในวันหลังอาจจะมีความผิดพลาดในการหวนคิด เพราะว่าใน"หนังสือพิมพ์รายวันประชาชน"ปีค.ศ. 1978 ซึ่งเป็นฉบับที่เก่าไปเเล้วนั้น  ไม่ได้ลงบทความที่เกี่ยวข้องกับวิธีการเลี้ยงควาย เเต่เป็นข่าววิทยาศาสตร์การเลี้ยงสุกรบทความหนึ่งเท่านั้น ในหน้าที่สามของหนังสือพิมพ์วันนี้ มีรายงานยาวรายงานหนึ่งคือ"ประชาชนได้สร้างประสบการณ์กรรมการการเลี้ยงสุกรที่เร็วขึ้น" ในนั้นได้เเนะนำวิธีใหม่ในการเพิ่มคุณประโยชน์ของการเลี้ยงสุกรที่เเต่ละอำเภอของกว่างซีเเละปักกิ่งอย่างละเอียดเช่น"ขายหมูหนึ่งตัวสามารถฆ่าเองหนึ่งตัว""ปฏิบัติวิธีใหม่เเบบมีร่วมกันเลี้ยงร่วมกัน"และอื่นๆ ที่นายหลิ่วฉวนจื้ออ่านอาจจะเป็นข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้        
不过,养牛还是养猪似乎并不重要,重要的是,举国之内,确有一批像柳传志这样的人“春江水暖鸭先知”,他们在这个寒意料峭的早冬,感觉到了季节和时代的变迁。
  แต่ว่าเลี้ยงวัวหรือหมูมันดูเหมือนไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือทั้งภายในประเทศ มีกลุ่มบุคคลที่เหมือนหลิ่วฉวนจื้อจริงๆ ก็คล้ายเเบบ"ตัวเป็ดรู้ความอุ่นขึ้นก่อนที่เเม่น้ำในฤดูใบไม้ผลิ"   พวกเขาได้มีความรู้สึกในการเปลี่ยนเเปลงกับฤดูกาลเเละสมัยในต้นฤดูหนาวที่เย็นนี้
在中国现代史上,1978年是一个十分微妙和关键的年代。尽管在此前两年,执行极左政治路线的四人帮已经被打倒,但是党和国家最高领导层中的某些人提出两个凡是的政治主张,在政治和经济两大领域实行意识形态化的治理。刚刚复出的老一辈领导人邓小平则试图利用自己的影响力推进中国的命运变革。
ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของจีนในปีค.ศ. 1978 เป็นปีที่สำคัญและลุ่มลึกมาก ถึงเเม้ก่อนหน้านี้สองปี เเก๊งสี่กลุ่มคนจำนวนสี่คนที่ได้ผูกพันกันในช่วงปฏวัติทางวัฒนธรรมที่ดำเนินการสายทางการเมืองฝ่ายซ้ายฝ่ายเชื่อถืออนุรักษ์นิยมได้รับความล้มเหลว แต่บางคนในพรรคและผู้นำสูงสุดในประเทศได้เสนอความคิดทางการเมือง"ทุกสิ่งทุกอย่างสองข้อทุกหสิ่งทุกอย่างที่ประธานเหมาพูดถูกทั้งหมด   คำสั่งการทุกข้อของประธานเหมาเราจะปฏิบัติอย่างเเน่วเเน่ทั้งหมด" ได้ดำเนินการปกครองที่เป็นเเบบภาวะจิตสำนึกในการเมืองและเศรษฐกิจ  เเต่ผู้นำเติ้ง เสี่ยวผิงที่เพิ่งกลับมารุ่นเก่าพยายามใช้อิทธิพลของตัวเองส่งเสริมการปฏิรูปของจีน
1978114,南京大学教师胡福明突然收到了一封信。写信人是《光明日报》编辑王强华,此前半年,胡曾经写了一篇文章投寄该报,在很久没有收到回复后,他已经对此不存幻想。王的突然来信让他非常意外。胡福明回忆说:王强华在来信中寄来一份清样,那是《实践是检验真理的标准》的清样。信我还都保存着,大概意思是说,这篇文章的意思你要讲什么我们是清楚的,我们是要用它的,希望快点修改一下寄来。就是提了一条建议,希望把道理讲得完整一点,不要使人产生马克思主义过时了的感觉。从此以后,我们的稿子来来往往了好几个来回,我把修改了的寄给他,他隔了几天把稿子修改了再寄给我。那么后来呢,又有一封来信不同了,调子又变化了,让我要写得更鲜明一点,要更有针对性、要更有批判力,跟前面的调子又变化了。
วันที่14 มกราคมปีค.ศ. 1978  นายหู  ฝูหมิง อาจารย์มหาวิทยาลัยหนานจิงได้รับจดหมายฉบับหนึ่งอย่างกระทันหัน ผู้เขียนจดหมายคือนายหวาง เฉียงหวา ซึ่งเป็นบรรณาธการของ"หนังสือพิมพ์รายวันกวางหมิง" ก่อนหน้านี้ครึ่งปี หูเคยได้เขียนบทความบทหนึ่งส่งไปถึงสำนักงานหนังสือพิมพ์ร้านนี้ หลังที่ไม่ได้รับจดหมายตอบมานาน เขาก็ไม่ได้คิดอะไรกับมันอีกเลย จดหมายอย่างกระทันหันที่มาจากนายหวางทำให้เขารู้สึกนึกไม่ถึงจริงๆ นายหู ฝูหมิงหวนคิดว่า :"หวางเฉียงหัวได้ส่งปร๊ฟสุดท้ายฉบับหนึ่งในจดหมายนั้น ซึ่งเป็นปร๊ฟของ"การปฏิบัติคือเกณฑ์ในการตรวจสัจธรรม". จดหมายฉันยังรักษาไว้ ความหมายพร่าวๆก็คือว่า  ความหมายของบทความบทนี้คุณพูดอะไรเราเข้าใจ เราจะต้องใช้มัน หวังว่าให้ปรับนิดหนึ่งเเละส่งมาในเร็วๆนี้ ก็คือว่าได้ยกข้อเสนอข้อหนึ่ง หวังที่จะบอกความจริงสมบูรณ์เล็กน้อย อย่าทำให้คนอื่นเกิดความรู้สึกว่าลัทธิมาร์ล้าสมัยเเล้ว หลังจากนั้น ต้นฉบับของเราได้ส่งไปส่งกลับมาหลายคั้ง  ฉันได้ส่งฉบับที่ปรับเเล้วไปให้เขา   ไม่กี่วันเขาก็ส่งฉบับที่ปรับอีกมาให้ฉัน เเละต่อมาก็คือ มีจดหมายที่แตกต่างกันอีกฉบับหนึ่งส่งมาให้ฉัน น้ำเสียงเปลี่ยนอีกเเล้ว โดยให้ฉันเขียนชัดเจนมากขึ้นหน่อย ก็คือตรงเป้าหมายมากขึ้นเเละมีความวิเคราะห์ความคิดมากขึ้น  ซึ่งเเตกต่างกับฉบับที่เเล้ว

评分

参与人数 1威望 +59 收起 理由
唐伯虎点蚊香 + 59 你就是雷锋再世,不给你加分,小平同志都不会原谅我

查看全部评分

回复

使用道具 举报

该用户从未签到

 楼主| 发表于 2012-10-5 14:21:26 | 显示全部楼层
5月11日,《光明日报》刊登题为《实践是检验真理的唯一标准》的特约评论员文章。当日,新华社转发了这篇文章,第二天《人民日报》全文转载。这可以被视为当年度中国最重要的政治宣言。在文章结尾,作者勇敢地宣称:“凡是有超越于实践并自奉为绝对的‘禁区’的地方,就没有科学,就没有真正的马列主义、毛泽东思想,而只有蒙昧主义、唯心主义、文化专制主义。”文章的发表在当时沉闷窒息的中国社会引起了巨大反响,在思想较为保守的东北和上海等地,“斥其砍旗”、“违反中央精神和反对毛泽东思想”等讨伐之声隆隆四起。胡福明在看到报纸后,回家对妻子说:“我已经有思想准备了,我准备要坐牢。”妻子说:“我要么陪你一起坐牢,要么天天送饭到你出牢。”
วันที่ 11 เดือนพฤษภาคม "หนังสือพิมพ์รายวันกวางหมิง"ได้ลงบทความเรื่อง"การปฏิบัติเป็นเกณฑ์เดียวในการทดสอบความจริง"ของผู้วิจารณ์พิเศษ  ในวันนั้น สำนักข่าวซินหัวได้ประกาศบทความนี้อีกครั้ง วันถัดไป"หนังสือพิมพ์รายวันประชาชน"ประกาศทั้งบท  นี่สามารถถือได้ว่าเป็นคำประกาศทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของจีนในปีนั้น ท้ายบทความผู้เขียนเเถลงอย่างกล้าหาญว่า:"บรรดาสถานที่เกินในการปฏิบัติและประดิษฐานเป็นความแน่นอน'เป็นไปไม่ได้'ด้วยตนเอง ก็ไม่มีวิทยาศาสตร์ ไม่มีลัทธิมาร์กจริง ความคิดเหมาเจ๋อตง   เเต่เป็นอนารยะนิยม จิตนิยม อุดมการณ์วัฒนธรรมการปกครองแบบเผด็จการเท่านั้น'' การเเถลงบทความได้  เกิดผลกระทบกับสังคมจีนซึ่งยังเป็นประเทศที่อึดอัดอย่างมาก ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเเละเซี้ยงไฮ้ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการอนุรักษ์นิยมในความคิด "กล่าวหาตัดธง""ฝ่าฝืนความคิดกรรมการกลางเเละเหมาเจ๋อตง "เสียงนี้ดังก้องไปทุกที่ หลังนายหู ฝูหมิงได้อ่านหนังสือพิมพ์   พอกลับบ้านเเล้วก็บอกภรรยาว่า :"ฉันได้เตรียมใจไว้เเล้ว  ฉันพร้อมจะไปนั่งคุก "ภรรยากล่าวว่า"ฉันยอมที่จะไปในนั่งคุกเป็นเพื่อนกับคุณ หรือส่งอาหารไปให้คุณที่คุกทุกวันก็ได้”
5月19日,邓小平在接见文化部核心领导小组负责人时谈及此文,认为文章是符合马克思主义列宁主义的,后来他又在全军政治工作会议上再次以此文为题,严厉批评了教条主义,号召“打破精神枷锁,使我们的思想来一个大解放”,指出关于实践是检验真理唯一标准问题的讨论,是非常有必要。
วันที่ 19 พฤษภาคม เมื่อนายเติ้ง เสี่ยวผิงต้อนรับผู้รับผิดชอบกลุ่มผู้นำในแกนกระทรว งวัฒนธรรมได้พูดถึงบทความนั้น  คิดว่ามันไไปตามลัทธิมาร์ก -เลนี  ต่อมาท่านได้นำบทความนี้เป็นหัวข้ออีกครั้งในประชุมการทำงานการเมืองทั้งกองทัพ ท่านวิจารณ์อย่างรุนแรงกับลัทธิคัมภีร์  เรียกร้องว่า"ทำลายอนุรักษ์นิยมในความคิด เพื่อให้ความคิดของเรามีความเสรีภาพมากขึ้น" เเละชี้ให้เห็นว่าการอภิปรายการปฏิบัติเป็นเกณฑ์เดียวของความจริง เป็นสิ่งจำเป็นเเละสำคัญมาก
这场关于真理检验标准的大讨论影响了中国改革的整个进程。在思想基础上,它彻底摧毁了“两个凡是”的政治原则,倡导一种全新的实践主义理论。而在经济变革中,它试图建立一种全新的思想基础和商业伦理。直到30年后,我们仍然能够强烈地感受到这一思想对中国改革的影响。在日后的几年里,它与“以经济建设为中心”以及“稳定压倒一切”等政治格言一脉相通,分别从方法论、战略目标和成长边界三方面进行了清晰的表述,从而构成了中国的改革文化和三大思想基石。可以说,日后中国企业及其他事业的发展,折冲百回,曲线前行,都以此为最根本的起点和边界。
การอภิปรายที่เกี่ยวกับการทดสอบความจริงครั้งนี้ได้ส่งผลต่อทั้งกระบวนการของการปฏิรูปของจีน ในพื้นฐานเเนวคิดนั้น ได้ทำลายหลักการทางการเมือง"ทุกสิ่งทุกอย่างสองข้อ"อย่างรุนเเรง มันได้สนับสนุนทฤษฎีลัทธิการปฏิบัติใหม่เเบบหนึ่ง เเละในการปฏิรูปเศรษฐกิจ มันพยายามสร้างรากฐานเเนวคิดและจริยธรรมทางธุรกิจใหม่เเบบหนึ่ง        หลังจากนั้น 30 ปี ความคิดข้อนี้มีผลกระทบต่อการปฏิรูปจีนที่เรายังสามารถเข้าใจเเละซาบซึ้ง ในหลายปีภายหลัง มันและหลักการการเมือง"เน้นการสร้างเศรษฐกิจเป็นหลัก"และ"ความมั่นคงชนะทุกอย่าง"เป็นต้นได้เชื่อมโยงกัน ได้อธิบายวิธีการ วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และขอบเขตการพัฒนา( the growth boundary)สามด้านตามลำดับอย่างชัดเจน จึงประกอบเป็นการปฏิรูปวัฒนธรรมและเเนวคิดสำคัญทั้งสามของจีน ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่า การพัฒนาบริษัทและกิจการอื่นๆของจีนในวันหลัง ได้ผ่านอุปสรรคต่างๆ  ก้าวหน้าโดยไปทางเลี้ยว ได้ถือเเนวคิดสำคัญทั้งสามนี้เป็นจุดเริ่มต้นพื้นฐานทั้งหมด
这一年底,也就是柳传志读报后的20多天,具有历史转折意义的中国共产党第十一届三中全会在北京召开,在这次大会上,形成了以邓小平为核心的第二代中央领导集体。全会做出了将党的工作重点转移到社会主义建设上来的决定。而就全会召开前后,中共北京市委宣布“四•五”天安门运动 【1976年1月8日,周恩来总理去世,4月5日清明节前后,北京民众集合懂啊天安门广场,在人民英雄纪念碑前敬献花圈、花篮,张贴传单,朗诵诗词,书法对周恩来的悼念之情,此类聚会迅速在全国范围内蔓延。“四人帮”把持的中央政治局认定“这次是反革命性质的反扑”,予以了镇压】完全是革命行动。与此同时,中共中央为彭德怀、陶铸等在“文革”中蒙受冤屈的政治家平反并召开追悼会。此后两年中,全国300多万干部群众获得平反,55万“右派”得到改正,至此,“拨乱反正的历史任务”基本完成,中国的发展主轴自此全面转变。
ในปลายปีนี้ ซึ่งก็เป็นหลังนายหลิ่ว  ฉวนจื้อได้อ่านหนังสือพิมพ์มา 20 วัน ประชุมครั้งที่สามรุ่นที่สิบเอ็ดซึ่งเป็นประชุมที่สำคัญมากในประวัติศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้จัดขึ้นในกรุงปักกิ่ง  ในประชุมครั้งนี้ ได้ก่อตัวเป็นผู้นำกรรมการของพรรครุ่นที่สองโดยเลือกนายเติ้ง เสี่ยวผิงเป็นผู้นำ  การประชุมครั้งนี้มีความตัดสินใจจะเปลี่ยนงานสำคัญของพรรคไปเป็นการสร้างสรรค์สังคมนิยม และในช่วงการประชุมนี้ได้จัดขึ้น คณะกรรมการเทศบาลปักกิ่งพรรคคอมมิวนิสจีนประกาศขบวนการสี่พฤษภาคม【วันที่ 8 มกราคม ปีค.ศ. 1976 นายกรัฐมนตรี โจว เอินไหลถึงเเก่กรรม  ในระยะเวลาเทศกาลเชงเม้งวันที่ 5 เมษายน ชาวกรุงปักกิ่งได้ชุมนุมจตุรัสเทียนอานเหมิน   มอบพวงมาลัย กระเช้าดอกไม้ โพสต์ใบปลิว อ่านโกลน สาธยาย คัดลายมือหน้าอนุสาวรีย์วีระชนประชาชน  เพื่อเเสดงความอาลัยกับนายโจว เอินไหล การชุมนุมเเบบนี้ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศ สำนักการเมืองกลางพรรคที่ควบคุมจาก"เเก๊งสี่"ระบุว่า"นี่เป็นการหวนกระโจนที่มีลักษณะการคัดค้านปฏิวัติ" เลยปราบปรามการกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำปฏิวัติทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการกลางประสบข้องใจแก้ไข และจัดงานที่ระลึกให้กับนายเผิง เต๋อหวย นายเถา จู้ เป็นต้นที่ได้รับความผิดที่ถูกใส่ร้ายกลั่นเเกล้งอย่างไม่เป็นธรรมในช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม หลังจากนั้นสองปี  ประชาชนจำนวน  300  ล้านกว่าคนทั่วประเทศ "เเละฝ่ายขวา(ฝ่ายรุก)" 5 เเสน 5 หมื่นคนได้กลับคำพิพากษา  จนกระทั่งตอนนี้ "หน้าที่เเห่งประวัติศาสตร์ที่กลับคำพิพากษา"เสร็จสิ้นลง   จากนี้เป็นต้นไป จุดสำคัญการพัฒนาจีนได้เปลี่ยนแปลง
在这一部企业史的前半段中,如果要有一个“主角”的话,那他就应该是邓小平。
ในครึ่งตอนแรกประวัติศาสตร์ธุรกิจเรื่องนี้ ถ้าถามว่าพระเอกเป็นใคร   งั้นเขาต้องเป็นนายเติ้ง เสี่ยวผิง
客观地说,邓小平奠定了中国变革的思想基础,并在他掌控的时间里主导了整场变革的节奏。这个小个子的四川人有着惊人的坚忍和洞察一切的政治决断力。据与他亲近的人回忆,当面临重大决定时,他喜欢一个人坐在屋子里默默地抽熊猫牌香烟。当他做出某种决策后,却很少有人能够变更它。法国思想家、1927年诺贝尔文学奖获得者伯格森曾说:“说社会的进步是由于历史某个时期的社会思想条件自然而然发生的,这简直是无稽之谈。它实际只是在这个社会已经下定决心进行实验之后才一蹴而就的。这就是说,这个社会必须要自信,或无论怎样要允许自己受到震撼,而这种震撼始终是由某个人来赋予的。”邓小平无疑就是伯格森所谓的“某个人”。
พูดตรงๆก็คือ นายเติ้ง เสี่ยวผิงได้วางรากฐานเเนวคิดสำหรับการปฏิรูปของจีนและในช่วงที่เขาควบคุม เขาได้เป็นผู้นำในการปฏิรูปครั้งนี้ คนเตี้ยที่มาจากมณฑลเสฉวนคนนี้มีความดื้อรั้นน่าพิศวงและเข้าใจทุกความมั่นใจทางการเมือง  เพื่อนสนิทของเขาได้หวนคิดว่า เมื่อเผชิญกับกปัญหาที่สำคัญเขาชอบที่จะนั่งสูบบุหรี่ยี่ห้อแพนด้าเงียบๆในห้อง เมื่อเขาได้ตัดสินใจในบางเรื่อง ไม่กี่คนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลย   นายเปิกสัน นักคิดฝรั่งเศสผู้ชนะรางวัลโนเบลในปีค.ศ.1927เคยกล่าวว่า “คำพูดที่ความก้าวหน้าทางสังคมได้เกิดจากสภาพเเนวคิดทางประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาประวัติสาตร์ช่วงนึงอย่างธรรมชาติ  ถือว่าเป็นคำพูดที่พูดจาเหลวไหล ที่จริงเเล้วมันเกิดขึ้นหลังจากการทดสอบโดยตกลงใจจึงเป็นไปได้เท่านั้น  ก็คือว่าสังคมนี้ต้องมั่นใจกับตัวเอง หรือไม่ว่าเป็นอะไรไป ต้องควรให้ตัวเองได้รับการตื่นตัว เเละการตื่นตัวนี้ได้รับจากคนสักคนอยู่ตลอด  นายเติ้ง เสี่ยวผิงนั่นเเหละ   ก็เป็นคนที่ถูกนายเปิกสันเรียกว่า "สักคน"
1978年,是邓小平真正主导中国命运的元年。在该年3月召开的中国人民政治协商会议第五届全国委员会第一次会议上,他当选为政协主席。
ในปีค.ศ.1978 เป็นปีแรกที่เติ้ง เสี่ยวผิงได้เป็นผู้นำจีนอย่างเเท้จริง การประชุมครั้งแรกคณะกรรมการแห่งชาติรุ่นที่ห้าของการประชุมการปรึกษาทางการเมืองประชาชนจีนที่จัดขึ้นในเดือนมีนาคมของปีนั้น  เขาถูกเลือกเป็นประธานการประชุมปรึกษาทางการเมือง
在当上政协主席后,邓小平主持的第一个大会是随后召开的“全国科学大会”。在大会上,他出人意料地提出了“科学技术是生产力”、“知识分子是工人阶级的一部分”。
หลักจากเขาได้เป็นประธานการประชุมปรึกษาทางการเมือง  ประชุมครั้งแรกที่จัดโดยนายเติ้งคือการประชุมสมัชชาวิทยาเเห่งชาติ ที่ประชุมเขาเสนอโดยคนอื่นนึกไม่ถึงว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกำลังการผลิต""ปัญญาชนเป็นส่วนหนึ่งของชั้นทำงาน"
在这个大会上,国家领导人承认,中国在许多方面落后于世界水平15到20年,同时提出了一个雄心勃勃的科学发展计划,确定了108个项目作为全国科技研究的攻关重点,而其目的是“到本世纪末赶上或超过世界水平”。
ในประชุมครั้งนี้ ผู้นำประเทศรับรองว่า จีนได้ล่าช้ากว่าระดับโลก 15-20 ปีในด้านหลายด้าน ยังยกโปรแกรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์ที่ปณิธานอันยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่ง   ระบุว่ารายการจำนวน 108 ข้อได้เป็นจุดสำคัญที่ของการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และวัตถุประสงค์คือ"ถึงสิ้นศตวรรษนี้ได้เท่าเทียมหรือเกินระดับโลก"
后来的历史证明,这一并不切实的目标并没有完全实现。不过在当时它确乎让全中国为之一振,所有的人仿佛都听到了时代火车转换轨道的尖利声响。当年,共有6000人参加了这次科学大会,其中仅有150多人在35岁以下。在大会的后排,坐着一位名叫任正非的33岁的青年人,他是解放军派来的代表,他因为刚刚获得了全军技术成果一等奖而意外地得此殊荣,此刻他正在为父亲的平反以及自己能否入党而发愁,而他不会料到的是,再过十年他将漂泊到南方的深圳,以微不足道的两万元创办一家叫做华为的电子公司,然后,这家公司将以其严苛的军事化管理和犀利的底价战略迅速崛起,并让全世界的同行们深感头痛。
     ประวัติต่อมาได้พิสูจน์แล้วว่า เป้าหมายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงนี้ไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นจริงในทุกด้าน แต่จริงๆเเล้วในเวลานั้นมันทำให้ชาวจีนจิตใจฮึกเหิมมาก  ในปีนั้น ผู้คนจำนวน 6,000  คนได้เข้าร่วมการประชุมวิทยาศาสตร์ครั้งนี้  ซึ่งมีเเค่ 150 คนที่อายุน้อยก่วา35 ปี   คนที่นั่งอยู่เเถวหลังในประชุมครั้งนี้ มีหนุ่มคนหนึ่งชื่อเหริ๋น เจิ้งเฟิย ซึ่งอายุ 33 ปี  เขาเป็นตัวเเทนของทหารปลดปล่อย ที่เขาได้รับเกียรติยศอย่างยิ่งโดยนึกไม่ถึงมาก่อนครั้งนี้ก็เพราะเขาพึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศของความสำเร็จด้านเทคนิคของทัพ  ขณะนี้เขายังกังวลในการกลับคำพิพากษาของบิดาและการเข้าร่วมพรรคของเขา แต่ที่ทำให้เขานึกไม่ถึงคือ  สิบปีผ่านไปเขาจะพเนจรไปเซินเจิ้นที่อยู่ภาคใต้จีน   เเละจัดตั้งบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่าหัวเหวยร้านหนึ่งด้วยเพียง 2 หมื่นหยวนเท่านั้น   บริษัทร้านนี้จะผุดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยการควบคุมที่เข้มงวดเเละยุทธศาสตร์ราคาต่ำ ทำให้เพื่อนร่วมงานทั่วโลกเทียบกันไม่ติด
回复 支持 反对

使用道具 举报

该用户从未签到

 楼主| 发表于 2012-10-5 14:21:54 | 显示全部楼层
科学大会后,国家在科研和教育方面的改革速度明显加快了。4月,教育部决定恢复和增设55所高等院校,其中包括著名的暨南大学等。很快,恢复全国统一高考的消息传遍大江南北。
    หลังประชุมใหญ่วิทยาศาสตร์  ความเร็วในการปฏิรูปทางด้านการวิจัยและการศึกษาของชาติเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด   ในเดือนเมษายน กระทรวงศึกษาธิการตัดสินใจที่จะฟื้นฟูและเพิ่มมหาวิทยาลัย 55 เเห่ง รวมทั้ง มหาวิทยาลัยจี้หนานที่มีชื่อเสียง  ข้อความที่ฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเเห่งชาติได้กระจายทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว
    事实上,高考制度在此前的1977年已经部分恢复,而全国性高考的正式举行则是在1978年。从这年起,高校招生恢复全国统一考试,由教育部组织命题,各省、自治区、直辖市组织考试、评卷和在当地招生院校的录取工作。文科考政治、语文、数学、历史、地理和外语;理科考政治、语文、数学、物理、化学和外语。外语考试的语种为英、俄、日、法、德、西班牙、阿拉伯语,考试成绩暂不记入总分,作为录取的参考。没有学过上述语种的可以免试。报考外语院校或专业的,还须加试口语;外语笔试成绩记入总分,数学成绩作为参考。 根据邓小平的批示,“在公布参加体检名单的同时,公布全体考生的各科考试成绩。公布的方法,由县(区)招生委员会通知考生所在单位分别转告本人。”公布考生成绩,是提高招生考试过程的公开、透明程度的重要举措,对于转变社会风气,杜绝“走后门”和徇私舞弊等不正之风,发挥了重大作用。
ในความเป็นจริง  ระบบการสอบเข้าวิทยาลัยได้ฟื้นฟูส่วนหนึ่งในปีค.ศ. 1977 อยู่เเล้ว เเต่การสอบเข้าวิทยาลัยแห่งชาติได้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการคือในปีค.ศ.1978  จากปีนี้เป็นต้นไป การรับสมัครนักเรียนใหม่ของมหาวิทยาลัยได้ฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติ ข้อสอบออกโดยกระทรวงศึกษาธิการ  ทุกมณฑลเเละเขตปกครองตนเองเทศบาลจัดการสอบ ตรวจข้อสอบและมีหน้าที่รับนักเรียนใหม่ของมหาวิทยาลัยท้องถิ่น  วิชาศิลปศาสตร์ได้สอบการเมือง คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์และภาษาต่างประเทศ ส่วนวิชาฟิสิกส์สอบการเมือง คณิตศาสตร์ฟิสิกส์ เคมีและภาษาต่างประเทศ การสอบภาษาต่างประเทศจะสอบสำหรับภาษาอังกฤษ รัสเซีย  ญี่ปุ่น  ฝรั่งเศส  เยอรมัน  สเปน อาหรับ คะแนนสอบไม่ได้บันทึกลงคะเเนนรวมชั่วคราว เเต่เป็นการอ้างอิงของการเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าไม่เคยเรียนภาษาเหล่านี้ก็ไม่ต้องสอบ  สมัครสอบเข้าวิทยาลัยต่างประเทศหรือวิชาอื่น  ยังต้องสอบการพูด คะแนนภาษาอังกฤษจะถูกบันทึกลงคะแนนรวม  คะแนนคณิตศาสตร์จะถือเป็นการอ้างอิง  ตามคำสั่งนายเติ้ง เสี่ยวผิง"ในขณะที่ประกาศรายชื่อการตรวจสุขภาพ  ประกาศผลสอบวิชาทุกวิชาของผู้สมัครทั้งหมด  วิธีที่ประกาศคือ  โดยคณะกรรมการการรับสมัครเขต(อำเภอ)เเจ้งให้ที่หน่วยซึ่งเป็นผู้สมัครทำงานอยู่ทราบ  เเละที่หน่วยงานลำเลียงไปยังผู้สมัครเอง  การประกาศคะแนนการทดสอบของผู้สมัคร คือมาตรการสำคัญที่เปิดเผยของกระบวนการตรวจสอบ มันมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคมเพื่อขจัด"เส้นหลัง"และการทุจริตต่อหน้าที่
有数据显示,第一批报名高考的考生就多达580万,远远超过高校的招生计划。扩招成为全国上下一致的呼声。北京科技大学教育科学研究所所长毛祖桓回忆说:“扩招也是临时决定的,当时一开始就让各个学校报,每个学校能招多少人,就这样报了一下,这么定了分数线。那年考得好的学生还比较多,因为是多少届的人压在一起来考大学,所以最后,我记得当时是林乎加当北京市市长,北京就率先扩招,原来比如说330分、340分才过线,后来就说300分以上都可以上大学,一下子就增加了至少是三分之一强、二分之一弱的样子,这个比例还是      
มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ผู้สมัครที่สอบกลุ่มแรกมีมากถึง 5 ล้าน 8 เเสนคน  ซึ่งมากเกินเเผนการรับสมัคนักเรียนใหม่ของมหาวิทยาลัยตั้งเยอะ การเพิ่มรับสมัคนักเรียนใหม่เป็นเสียงเอกฉันท์ของชาติ นายเหมา จู่หวน อธิการสถาบันวิจัยการศึกษาเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ปักกิ่งหวนคิดว่า :"การขยายก็เป็นการตัดสินใจที่เป็นเรื่องจวนตัว  ตอนเเรกขณะนั้นก็ให้โรงเรียนต่างๆรายงาน แต่ละโรงเรียนสามารถรับสมัครจำนวนคนเพิ่มเท่าไร หลังรายงานก็ได้กำหนดคะแนน  ปีนั้นนักศึกษาที่สอบได้ดีก็ค่อนข้างเยอะ  เพราะเป็นคนหลายรุ่นรวมกันสอบเข้ามหาวิทยาลัย เลยในที่สุด ผมจำได้ว่านายหลิน ฮูเจียเป็นนายกเทศมนตรีของปักกิ่ง ปักกิ่งก็เพิ่มจำนวนการรับสมัครนักเรียนก่อน ตัวอย่างเช่นเดิม 330 คะเเนน 340 คะแนนถึงจะเข้าได้  ภายหลังกล่าวว่าถ้ามากกว่า 300 คะแนนก็สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ เพิ่มขึ้นทันทีอย่างน้อยหนึ่งในสามเเละครึ่งหนึ่ง ในอัตราส่วนนี้ยังคงมาก  ต่อมาเมืองเทียนจิน เซี่ยงไฮ้และเมืองอื่นๆได้ติดตาม  จึงมีสภาพการเพิ่มจำนวนรับสมัคครั้งที่สอง
教育部公布的数据是,1978年全国高考610万人报考,录取40.2万人。翻阅这一年“全国高等学校统一招生语文试卷”,第一部分是给一段文字加上标点符号,而第一题就跟经济有关:
ตามข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติในปีค.ศ.1978มี 6 ล้าน 1 เเสนคนสมัครสอบ รับ 4 เเสน 2 พันคน  เมื่ออ่าน" ข้อสอบภาษาจีนรับสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยเเห่งชาติ"ในปีนี้ ส่วนแรกเป็นการใส่เครื่องหมายวรรคตอนลงย่อหน้าของข้อความ เเละข้อที่หนึ่งก็เกี่ยวกับเศรษฐกิจ :
(1)实现机械化要靠人的思想革命化有了革命化才有机械化机械化不是一口气吹出来的要经过一番艰苦奋战才能成功要把揭批四人帮的斗争进行到底要肃清他们的流毒促进人们的思想革命化一个软懒散的领导班子是挑不起这付重担的。
  
       (1)บรรลุผลเป็นลักษณะเครื่องจักรกลต้องอาศัยการปฏิวัติอุดมการณ์ของคนมีการปฏิวัติมีลักษณะเครื่องจักรกลลักษณะเครื่องจักรกลไม่ได้มาอย่างง่ายต้องผ่านกาลเวลาที่มีการทำงานอย่างหนักถึงจะได้รับความสำเร็จต้องดำเนินการได้สำเร็จในการเปิดเผยและวิจารณ์เเก๊งสี่ต้องต่อสู้เพื่อลดผลเสียหายที่ส่งเสริมการปฏิวัติความคิดของผู้คนผู้นำอ่อนเเอสันหลังยาวไม่สามารถท้าทายกับหน้าที่นี้ได้
这是当时最主流的价值观:思想的解放和对左倾的、僵化教条主义的余毒肃清是经济进步最首要的前提。从这里,后来的人们可以发现,在1978年,追求经济成长是一个多么让人战战兢兢的事业。
     นี้เป็นค่าสำคัญที่สุดในตอนนั้น : ปลดปล่อยและกำจัดลัทธิพิงซ้ายเเละลัทธิคัมภีร์เป็นจุดสำคัญจำเป็นสำหรับความก้าวหน้าของเศรษฐกิจ จากในนี่ผู้คนรุ่นหลังจะพบว่า  ในปีค.ศ. 1978  การส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นกิจการที่ทำให้คนกระวนกระวายจริงๆ
     龙门陡开,江鲫飞跃。积压了十多年的人才狂潮一旦喷涌,40余万人众里怎么可能没有龙虎之士。
เหมือนกับประตูมังกรได้เปิดออกมา ปลาคาร์พในเเม่น้ำได้กระโดดขึ้น  ผู้เชี่ยวชาญที่ทับถม 10 กว่าปีนั้นได้ผุออกมาเหมือนน้ำไหลพุ่งของพรสวรรค์ ใน 4 เเสนกว่าคนนั้นต้องมีคนที่เก่งกล้าเเน่นอน   
在辽宁,沈阳铁路局当工人的马蔚华考入吉林大学经济系国民经济管理专业,11年后他出任招商银行总行行长;杭州出生的张征宇考上了北京工业学院(后更名为北京理工大学),他一直读到博士毕业,1987年自创公司,后来做出第一代PDA掌上电脑“商务通”;北京176中学的青年老师段永基考上北京航空学院(后更名为北京航空航天大学)的研究生,6年后创办四通公司,后来成为北京中关村的风云人物。在四川,刘永行三兄弟参加了1977年的高考,都上了分数线但是因为“出身成分”不好而没有被录取,兄弟三个一怒之下办起了一个小小的养殖场,20年后他们成为当时的“中国首富”。
ในมณฑลเหลียวหนิง  นายหม่า เวิ่ยหัว ซึ่งเป็นคนงานสำนักรถไฟได้สอบเข้าวิชาการบริหารเศรษฐกิจของคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยจี๋หลิน   หลัง 11 ปีผ่านไป เขาได้เป็นประธานสำนักงานใหญ่ธนาคารชักชวนเข้าหุ้น(China Merchants Bank)  นายจาง เจิงหยวี่ที่มาจากหางโจวได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยอุตสาหกรรมปักกิ่ง(ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อภายหลังเป็นมหาวิทยาลัยฟิสิกส์ปักกิ่ง)  เขาเรียนจนจบการศึกษาปริญญาเอก  เเละได้จัดตั้งบริษัทเองในปีค.ศ. 1987 และต่อมาได้ประดิษฐ์คอมพิวเต้อร์พีดีเอ(Personal Digital Assistant)รุ่นแรก  ส่วนครูหนุ่มนายต้วน หย่งจีที่มัธยม 176 ปักกิ่งได้สอบเข้าปริญญาโทวิทยาลัยการิบปักกิ่ง (ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อภายหลังเป็นมหาวิทยาลัยการบินปักกิ่ง)  6 ปีผ่านไปเขาได้ก่อตั้ง บริษัทซื่อทง ซึ่งกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากในเขตจงกวนชุนของปักกิ่ง ที่เสฉวน หลิวหย่งสิงพี่น้องสามคนได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีค.ศ.1977 ทุกคน เเละสอบได้คะเเนนดีซึ่งเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้งหมด แต่เนื่องจากชีวิตส่วนบุคคลของครอบครัวไม่ดีถึงเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้  สามพี่น้องเสียใจมาก จึงไปสร้างฟาร์มขนาดเล็ก   20 ปีผ่านไป พวกเขากลายเป็น"คนรวยสุดในประเทศจีน’’
回复 支持 反对

使用道具 举报

该用户从未签到

 楼主| 发表于 2012-10-5 14:22:18 | 显示全部楼层
当然,并不是所有的知识青年,都像段永基和李东生们那么幸运。
แน่นอนว่าไม่ใช่เยาวชนมีการศึกษาทุกคนก็โชคดีเท่าพวกนายต้วน หย่งจีกับนายหลี่ตงเซิง
在湖南长沙,坐了十年监狱的杨曦光回家了。他是在1968年2月,被作为重要“钦犯”而被捕入狱的,当年,21岁的他因为写了洋洋万言的《中国往何处去》,而被极左的“文革”领导人康生三次点名,判刑十年。出狱之后,杨曦光报考中国社会科学院研究生,虽有几名专家看中他的才能,但终因“政审”不合格,未能录取。直到两年后,经他四处上告奔波,时任中央书记处书记的胡耀邦对他的冤案亲自批示中央组织部,杨曦光的问题要由法院依法处理,他才恢复了“政治的清白”。此后,他用乳名“杨小凯”再考社科院研究生,并终于成为当代中国最有人文批判精神的经济学家。(有意思的是,另一个也因为写了《中国往何处去》的四川万县人牟其中要等到1979年12月31日才能出狱。他没有去考大学,却办起了一个销售部,以后的10多年里,他由“中国首富”而成“中国首骗”。2004年,皈依基督教的杨小凯去世,牟其中则在1999年又被关进了监狱。)
    ที่เมืองฉางชามณฑลหูหนาน คนที่ได้นั่งคุกมาเวลาสิบปีได้กลับบ้านเเล้ว  เดือนกุมภาพันธ์ปีค.ศ.1968  เขาถูกจับเข้าคุกซึ่งถือเป็นนักโทษสำคัญ   ปีนั้น เขาอายุ 21 ปี  ได้เขียนข้อความยาวเรื่อง"จีนจะไปทางไหน" ซึ่งถูกนายคางเซิง ผู้นำ"ปฏิวัติวัฒนธรรม"ทางซ้ายสุดวิจารณ์ ถูกพิพากษาเข้าคุก10ปี หลังจากที่เขาได้ปล่อย หยางซีกวางสมัครสอบระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันวิทยาสังคมศาสตร์ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญหลายท่านชอบสติปัญญาเขา แต่ในที่สุดเข้าไม่ได้เพราะ"การตรวจสอบทางการเมืองไม่ผ่าน "จนกระทั่งสองปีผ่านไป หลังจากที่เขาฟ้องร้องหลายครั้ง นายหู เย่าปางซึ่งเป็นเลขานุการของคณะกรรมการกลางตอนนั้น ได้สั่งข้องใจเองกับองค์การคณะกรรมการกลางกับปัญหาเขา  ชี้ว่าปัญหาของนายหยาง ซีกวางต้องจัดการตามกฎหมายโดยศาล  เขาจึงได้กลับไปยัง"ไร้เดียงสาทางการเมือง" หลังจากนั้นเขาใช้"หยางเสี่ยวข่าย"ซึ่งเป็นชื่อเล่นของตนเองไปสอบระดับบัณฑิตของสถาบันวิทยาสังคมศาสตร์ใหม่ และในที่สุดเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีจิตวิญญาณมนุษยนิยมมากที่สุดในยุคปัจจุบันของจีน(ที่น่าสนใจคือ  คนอื่นคนหนึ่งชื่อเหมิว ฉีโจงที่มาจากอำเภอว่านมณฑลเสฉวนก็ได้เขียน"จีนจะไปทางไหน" เขาต้องรอถึงวันที่31 ธันวาคมปีค.ศ.1979 ถึงถูกปล่อยออกจากคุกได้  เขาไม่ได้ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่จัดตั้งสำนักงานขายของ หลังจากนั้น 10  ปีผ่านไปเขาจาก"คนรวยสุดของประเทศจีน"กลายเป็น"คนเล่กลแรกเเห่งจีน "ในปีค.ศ. 2004  นายหยาง เสี่ยวข่ายที่นับถือศาสนาครีสต์ถึงเเก่กรรม  ส่วนเหมิวฉีโจงได้ถูกนำเข้าคุกอีกครั้งในปีค.ศ. 1999
    在内蒙古,一个叫牛根生的青年遭遇父丧。他是一个苦孩子,生下来一个月就从乡下被卖到了城里,据说仅值50元钱。他不知道自己姓什么,因为收养他的人是养牛的所以让他姓了牛,他的养父从抗美援朝结束后开始一共养了28年牛,他便是在牛群中长大的。那一年,养父去世了,牛根生抹干眼泪,接过放牛鞭继续养牛。五年后,牛根生到了一家“回民奶制品厂”当刷瓶工,在那里他一干就是16年,然后便创办了蒙牛集团,它后来成了中国最大的奶制品公司。
ที่ด้านในมองโกเลีย  มีหนุ่มคนหนึ่งชื่อหนิว เกินเซิงซึ่งเป็นเด็กกำพร้าพ่อ เขาเป็นเด็กยากเเค้น หลังเกิดมาเดือนเดียวก็ถูกขายไปที่เมืองจากชนบท  เขาว่ามูลค่าเเค่ 50 หยวนเท่านั้น  เขาไม่ทราบว่านามสกุลของตัวเอง  เนื่องจากคนที่เลี้ยงเป็นคนสำหรับเลี้ยงปศุสัตว์ เขาจึงเเซ่หนิว(คำว่า  หนิว  ในภาษาจีนเเปลว่าควาย) จากสงครามเกาหลีเสร็จสิ้นลงพ่อบุญธรรมของเขาก็เริ่มเลี้ยงปศุสัตว์มาเป็นเวลายาว 28 ปี เขาเติบโตในโค ปีนั้น  พ่อบุญธรรมตาย หนิวเกินเซิงเช็ดน้ำตาเเล้วก็หยิบเชือกไล่ควายเลี้ยงปศุสัตว์ต่อ  หลังจากนั้น 5 ปี หนิว เกินเซิงได้เป็นคนงานล้างขวด ที่"โรงงานนมชนชาติฮุย"ร้านหนึ่ง  หลังอยู่ที่นั่น 16 ปี เขาได้ก่อตั้งกรู๊ปเหมิ่งหนิว  ซึ่งกลายเป็น บริษัทนมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน
   在温州,13岁的南存辉因贫穷而不得不辍学,他成了一个走街串巷的补鞋匠,对那段日子他一生记忆深刻,“补鞋稍不留神,锥子就会深深地扎入手指中,鲜血顿时涌出。只好用片破纸包上伤口,含泪继续为客人补好鞋。那阵子,我每天赚的钱都比同行多,我就凭自己的速度快,修得用功一点,质量可靠一点。”6年后,这位修鞋匠在一个破屋子里建起了作坊式的开关厂。20年后,他创办的正泰集团成为中国最大的私营公司之一。
ที่เวินโจว เด็กหนาน ฉุนฮุย อายุ13 ปี  ต้องเลื่อนออกจากโรงเรียนเพราะความยากจน เขากลายเป็นช่างปะรองเท้าเร่ร่อน  ช่วงวันเวลานั้นมีความทรงจำในชีวิตของเขาอย่างลุ่มลึก  "ถ้าเผลอตัวในขณะที่ปะรองเท้า  สว่านจะเเทงเข้ามืออย่างลึก เลือดนิ้วก็ออกทันที  เพียงได้เเต่ห่อแผลกับเเผ่นกระดาษที่ขาดไปเเล้ว  เเล้วปะรองเท้าให้ลูกค้าต่อ  ถึงเเม้น้ำตายังไหลอยู่  ช่วงนั้น ผมหาเงินได้มากกว่าเพื่อนร่วมงาน ผมอาศัยความเร็วของตัวเอง ปรับปรุงให้ดีกว่าเพื่อน คุณภาพเชื่อถือได้กว่าเพื่อน"  6ปีผ่านไปช่างปะรองเท้าคนนี้ได้จัดตั้งโรงงานสวีตที่เป็นเเบบทำงานที่ห้องพังทลายห้องหนึ่ง  20 ปีต่อมากรู๊ปชินต์ที่เขาก่อตั้งกลายเป็นหนึ่งบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน
在南方小镇深圳,一位叫王石的27岁文学青年正枕着一本已经被翻烂的《大卫•科波菲尔》,睡在建筑工地的竹棚里。他在后来的自传中写道:
ในเเซินเจิ้นซึ่งเป็นตำบลเล็กภาคใต้ มีหนุ่มคนหนึ่งชื่อหวาง สือ อายุ  27 ปี  กำลังนอนอยู่ในห้องไม้ไผ่ที่สถานที่ก่อสร้าง ด้วยหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ"เดวิด คอปเปอร์อยู่ใต้หัว  เขาได้เขียนในอัตชีวประวัติของเขาในวันหลังว่า
“1978年4月的深圳,怒放的木棉花已经凋谢了。路轨旁抛扔着死猪,绿头苍蝇嗡嗡起舞;空气中弥漫着牲畜粪便和腐尸的混合臭气。我正在深圳笋岗北站检疫消毒库现场指导给排水工程施工。内地各省市通过铁路出口到香港的鲜活商品运到深圳,集中到笋岗北站编组检疫,再启运过罗湖桥。运输途中发病或死亡的牲畜、变质的水果蔬菜要在这里检验清除。”  
  " เมษายนในปีค.ศ. 1978 ของเซินเจิ้น ดอกนุ่นที่บานได้เหี่ยวไป  ติดตามด้านสายรถไฟมีสุกรตายโยนที่โน่น   เเมลงวันหัวเขียวบินหึ่งเต้นรำ อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นสาบส่วนผสมของมูลสัตว์และซากสัตว์  ผมกำลังแนะนำการก่อสร้างการกักกันระบบระบายน้ำที่สถานที่ฆ่าเชื้อสถานีเหนือสุ่นก่างของเซินเจิ้น สินค้าใหม่ทุกมณฑลและเมืองในแผ่นดินใหญ่ได้ส่งออกไปยังฮ่องกงโดยทางรถไฟ พวกมันส่งไปยังเซินเจิ้นก่อน ฆ่าเชื้อที่สถานีเหนือสุ่นก่างด้วยกันเเล้ว  ค่อยส่งไปโดยผ่านสพานโหลหู ระหว่างทางการขนส่ง   ถ้าพบปศุสัตว์ป่วยหรือเสียชีวิต การเสื่อมสภาพของผักและผลไม้ต้องทดสอบเเละทิ้งที่นี่.
“我之所以到深圳,是由于1977年我从兰州铁道学院毕业时,被分配到广州铁路局工程五段,担任给排水技术员,工资每月42元。工程五段主要负责北至广东与湖南交界的坪石,南至深圳罗湖桥头路段××公里的沿线土建工程项目。在这一管辖路段,经常几个工程项目同时展开,1978年我们接手了笋岗北站消毒库项目。那个时代,深圳还属边防禁区,不是随便什么人就能来的。 ”
回复 支持 反对

使用道具 举报

该用户从未签到

 楼主| 发表于 2012-10-5 14:22:41 | 显示全部楼层
"ที่ผมมาเซินเจิ้นนั้น ก็เพราะว่าในปีค.ศ. 1977 เมื่อผมจบการศึกษาจากสถาบันรถไฟหลานโจว ได้ส่งไปที่ส่วนห้าสำนักโครงการรถไฟของกวางโจว ทำหน้าที่เป็นนักประปาน้ำและช่างระบายน้ำ เงินเดือน 42 หยวน  งานส่วนใหญ่ของส่วนห้าคือรับผิดชอบซึ่งทางตอนเหนือไปถึงชายเเดนกวางตุ้งกับหูหนาน  ใต้ไปยังโครงการงานโยธาตามถนนที่...กิโลเมตรของตอนสพานโหลหูเซินเจิ้น ในส่วนที่รับผิดชอบนี้ มักจะมีหลายโครงการทำพร้อมกัน  ในปีค.ศ.1978 เราได้รับเหมาโครงการห้องฆ่าเชื้อสถานีเหนือสุ่นก่าง  เวลานั้น  เซินเจิ้นยังเป็นเขตปิดชายแดน  ไม่ใช่ว่าคนใดคนไหนมาก็ได้นะ"
“施工空暇去了趟沙头角:一条弯曲的石板窄街,路中间一块界碑,冷冷清清的。界碑不能越过,中方一侧仅有的两间店铺里摆放着极普通的日用杂货。 ”
  "เวลาว่างการก่อสร้างผมไปกกซาเถิว : ถนนหินแคบที่โค้ง  กลางถนนมีเครื่องหมายขอบเขต ไม่มีใครมาเที่ยวชมเลย ข้ามเครื่องหมายไม่ได้หรอก  ในร้านขายของสองร้านด้านจีนมีเพียงสินค้าธรรมดาที่ใช้ประจำวัน"
“笋岗北站施工现场十分简陋。睡觉休息的临时宿舍搭建在铁路边。三十几号人挤住在竹席搭建的工棚里。双层铁架床,我选择住在上铺,挂上蚊帐,钻进去,编制工程进程表、决算表,看书,睡觉。广东蚊子专欺负外省人,被叮咬的部位红肿起疙瘩,痒疼难忍。挂蚊帐防蚊叮,还防苍蝇的困扰;晾衣裳的绳子或灯绳上随时被苍蝇占据,密密麻麻的,让你浑身起鸡皮疙瘩。”
   "ที่การก่อสร้างสถานีเนือสุ่นก่างก็ง่ายมาก ส่วนห้องพักที่พักนอนตั้งชั่วคราวก็อยู่ด้านทางรถไฟ คนตั้ง 30 กว่าคนก็แออัดอยู่ในห้องที่ทำด้วยเสื่อไม้ไผ่นี้  เตียงโลหะสองชั้น  ฉันเลือกอยู่ด้านบน  แขวนมุ้ง   คลานเข้าไปเพื่อเตรียมของตารางกระบวนการวิศวกรรมกับงบดุล อ่านหนังสือเเละนอน  ยุงที่กวางตุ้งชอบกัดคนต่างมณฑลมาก  ผิวที่ถูกกัดนั้นบวมแดง คันเเละเจ็บด้วย  ทนไม่ไหวจริงๆ  การแขวนมุ้งนั้นนอกจากเพื่อป้องกันยุงกัดเเล้ว ยังป้องกันเเมลงวัน  เชือกตากผ้าหรือเชือกไฟมักมีเเมลงวัน  บินอย่างคลุมหนาแน่น   ให้คุณรู้สึกอึกอัดใจ"
“工作之余,我总会捧着一本书,在晚饭后独自一个人关在房间里做读书笔记,直至凌晨;节假日则去上英语课。一次周末,广州友谊剧院听音乐会:香港小提琴演奏家刘元生先生与广州乐团联袂演奏“梁祝”小提琴协奏曲。我太喜欢这首爱情至上的协奏曲,所以演出结束后还跑到后台向演奏者祝贺,刘先生送我一盘个人演奏的“梁祝”协奏曲录音带。当时怎么也想不到,刘先生会成为我到深圳创建万科的生意伙伴、上市之后的大股东之一。
   "นอกทำงานผมมักจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่ง หลังทานอาหารเส็จผมทำบันทึกการอ่านคนเดียวในห้องจนเช้า วันหยุดไปเรียนภาษาอังกฤษ  สุดสัปดาห์ครั้งหนึ่ง  ที่โรงละครไมตรีจิตมีคอนเสิร์ต  คือนักแสดงไวโอลินฮ่องกง นายหลิว หยวนเซิงกับออเคสตร้กวางโจวร่วมกันเล่นเพลงไวโอลิน"บัตเต้อฟลายส์ลัฟส์(The Butterfly Lovers)"   ผมชอบเพลงที่ถือความรักสูงสุดเช่นนี้มาก  หลังจากการแสดงเสร็จผมวิ่งไปหลังเวทีแสดงความยินดีกับนักเเสดง  นายหลิวได้ส่งให้ผมเทปวีดีโอเพลง"บัตเต้อฟลายลัฟส์"ที่เขาบรรเลงเอง ตอนนั้นผมนึกไม่ถึงว่านายหลิวจะกลายเป็นมิตรทางธุรกิจในการจัดตั้งบริษัทว่านเคอเเละเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทว่านเคอในภายหลัง
“……工程继续着。我盼望尽早结束工程,远离与香港一河之隔的深圳。”
"... ... โครงการทำต่อ  ผมหวังว่าจะจบโครงการเร็วหน่อย  จากเซินเจิ้นซึ่งไกลกับฮ่องกงเเค่แม่น้ำสายเดียวเมืองนี้ไป"
1978年的中国企业是一副怎样的景象?也许我们从外国人眼中能看得更真切一点。
      วิสาหกิจจีนในปีค.ศ. 1978มีสภาพอะไรบ้าง  บางทีคำพูดชาวต่างชาติจะบอกได้ชัดกว่า
1978年7月28日的《华盛顿邮报》上,刊登了记者杰伊•马修斯发表的一篇中国工厂观察记。不知道通过怎样的程序,他被破天荒地允许参观桂林的一家国营工厂。从这一年的夏天开始,中国各地似乎放宽了海外记者采访考察中国企业的审批。因而,在各家国际媒体上,人们读到了多篇充满陌生感的目击记。 在这篇题为《尽管宣布要对工厂进行改革,工作仍然松松垮垮》的报道中,马修斯写道:
    "โพ้วสต์เเห่งว้อซิงตัน(The Washington Post)"ในวันที่ 28 กรกฎาคม ปีค.ศ.1978  ได้ตีพิมพ์บทบรรทึกการสังเกตโรงงานจีนบทหนึ่งของนายเจย มาซิวส์ ไม่ทราบว่าได้ผ่านกระบวนได เขาได้อนุญาตให้เข้าชมโรงงานของรัฐเเห่งหนึ่งที่กุ้ยหลิน เริ่มจากฤดูร้อนของปีนี้ ที่จีนดูเหมือนจะอนุมัตินักข่าวต่างประเทศให้เข้าชมวิสาหกิจจีนอย่างสบายๆ ดังนั้น ในสื่อต่างประเทศ  หลายๆคนได้อ่านบทความที่เห็นกับตาซึ่งเต็มไปด้วยความไม่เเปลกหน้าเเปลกตาหลายบท  ในรายงานเรื่อง"แม้ว่าประกาศการปฏิรูปกับโรงงาน การทำงานยังอืดอาดอยู่"มาทิวส์เขียนไว้ว่า :
“同中国大多数工厂的情况一样,桂林丝厂的工人看来并不是干劲十足的。就业保障、退休金保证以及其他一些好处促使中学毕业生拼命挤进工厂去工作。因此,许多人都挤进了本来就已经过多的工人行列。生产线上工人过多使工人长时间地闲着。当我走进一个车间的时候,有三名女工正在同旁边桌上的另外在名女工聊天。我一进去,她们就很快回到了自己的座位上,然后交叉着双手坐在那里,好奇地朝我张望。在我逗留的几分钟里,只有一个女工干了活,而没有一个女工说得清楚她们的生产定额是多少。
   "สภาพที่เหมือนกับโรงงานส่วนใหญ่ของจีน คนงานโรงงานไหมที่กุ้ยหลินดูเหมือนไม่ใช่ว่ามีความฮึกเหิมมากหรอก การรักษาความปลอดภัยการทำงาน  บำนาญและผลประโยชน์อื่นทำให้นักเรียนที่จบการศึกษามัธยมบีบไปทำงานที่โรงงาน ก็เลยหลายคนแออัดเป็นคนงานซึ่งเดิมทีก็มีคนงานมากเกินไปอยู่แล้ว  คนงานสายการผลิตมากเกินทำให้คนงานไม่ได้ทำงานเป็นเวลานาน  เมื่อฉันเดินเข้าไปในโรงงาน มีผู้หญิงสามคนคุยเล่นกับผู้หญิงคนอื่นที่อยู่ข้างโต๊ะ พอฉันเข้าไป พวกเขากลับไปที่นั่งของเขาทันที แล้วข้ามมือนั่งตรงโน้น มองผมด้วยทำหน้าตาอยากรู้  ในช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่ฉันอยู่ มีผู้หญิงเพียงคนหนึ่งทำงาน แต่พวกเขาไม่มีสักคนบอกได้ว่าโควต้าการผลิตเป็นเท่าไรเเน่ "
“中国工人把他们的工作看成是一种权利,而不是一种机会。工厂管理人员对于工人阶级中的成员不敢压制。在这种企业里,工人的身份是可以世袭的,当一名工人退休时,他或她可以送一个子女到这家工厂工作。桂林丝厂有2500多名工人,从来没有解雇过一个人。
"คนงานจีนถืองานของพวกเขาเป็นสิทธิ์ เเต่ไม่ใช่โอกาสชนิดหนึ่ง  ผู้จัดการโรงงานไม่กล้าปราบปรามพนักงานที่อยู่ชั้นแรงงาน  ในวิสาหกิจเเบบนี้ ฐานะของคนงานสามารถสืบทอดได้ เมื่อคนงานคนหนึ่งปลดเกษียณ  เขาสามารถส่งลูกคนหนึ่งไปทำงานที่โรงงานนี้ได้  โรงงานไหมกุ้ยหลินมีคนงานมากกว่า 2,500 คน ไม่เคยเลิกจ้างพนักงานสักคนเลย"
“这家工厂的革委会主任谢广之(音)告诉记者,去年,全厂85%以上的工人都增加了少量的工资,对很多人来说,是10~20年来第一次增加工资。由于几乎所有的工人都增加了工资,所以这次加工资没有起到明显的刺激作用。从今年开始,工厂开始对一些劳动好的工人给予少量的奖金,一季度的奖金不超过1.75美元。
  "นายเส้  กว่างจือ(ตามออกเสียง) คณะกรรมการปฏิวัติของโรงงานเเห่งนี้บอกนักข่าวว่า ปีที่แล้ว คนงานกว่า 85%  ของโรงงานได้เพิ่มเงินเดือนขึ้นเล็กน้อยทุกคน  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เพิ่มเงินเดือนขึ้นสำหรับคนมากมายใน10ถึง20ปีที่ผ่านมานี้  เนื่องจากพนักงานได้เพิ่มค่าจ้างเเทบทุกคน ดังนั้นการเพิ่มเงินเดือนครั้งนี้ไม่ได้มีความบทบาทที่กระตุ้นมาก  เริ่มจากปีนี้ โรงงานเริ่มให้รางวัลจำนวนหนึ่งกับคนงานบางคนที่ทำงานดี  รางวัลไตรมาสไม่เกิน 1.75 เหรียญสหรัฐ
回复 支持 反对

使用道具 举报

该用户从未签到

 楼主| 发表于 2012-10-5 14:23:03 | 显示全部楼层
最后,马修斯断言,“这种松松垮垮的工作态度,仍然是妨碍这个世界上人口最多的国家实现现代化的一个主要障碍”。
      สุดท้าย นายมา ทิวส์พูดอย่างเเน่วเเน่ว่า "ทัศนคติทางการทำงานอืดอาดเเบบนี้ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในลักษณะในทันสมัยของประเทศซึ่งมีประชากรมากที่สุดในโลกนี้"
  最具有戏剧性的企业考察出现在中国中部。一位日本记者在重庆炼钢厂发现了一台140多年前的机器。这家年产30万吨原钢的工厂,使用的机械设备全都是20世纪50年代之前的,其中,140多年前英国制造的蒸汽式轧钢机竟然还在使用。那位记者不敢相信自己的眼睛,他指着机器上的出厂标板问厂长,“这是不是把年代搞错了?”厂长的回答是,“没有错,因为质量好,所以一直在用。”
    การศึกษาธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุดได้อยู่ที่ภาคกลางจีน ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งได้พบเครื่องจักรซึ่งมีประวัติศาสตร์140ปีมาเเล้วเครื่องหนึ่งที่โรงงานเหล็กในฉงชิ่ง  โรงงานที่ผลิตเหล็กดิบปีละ3เเสนตันเเห่งนี้   เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดเป็นก่อนสมัยปีที่50ศตวรรษที่20  ในนั้น  เครื่องทำเหล็กเเบบไอน้ำที่ทำโดยอังกฤษ 140 ปีที่แล้วยังใช้อยู่  ผู้สื่อข่าวคนนั้นไม่กล้าเชื่อว่ามันเป็นจริง เขาชี้ไปที่มาตรฐานออกโรงงานบนเครื่องเเละถามผู้บริหารโรงงานว่า"นี่พิมพ์สมันผิดเเล้วใช่ไม๊?" ผู้บริหารโรงงานตอบว่า"ไม่ผิดหรอก เพราะมันมีคุณภาพดี เลยได้ใช้มาตลอด"
    在1978年8月28日的《日本经济新闻》上,该报驻北京记者冈田发表了一篇题为“中国的飞机老是停航”的观察记:
ใน"ข่าวเศรษฐกิจญี่ปุ่น"วันที่ 28 สิงหาคมปีค.ศ.1978 นักข่าวหนังสือพิมพ์ประจำการในกรุงปักกิ่งนายโอ กาต้า ได้ตีพิมพ์บทความศึกษาเรื่อง"เครื่องบินจีนหยุดบินเสมอ"บทหนึ่ง :
“中国正在发展国内的交通事业,但是民航依然不可靠。首先是时刻表不可信,在一角钱一份的中国民航时刻表上,就混杂着“幽灵班机”。例如,在时刻表第25页上写着每天有去哈尔滨的班机,早晨8点15分从北京起飞。但是,实际上星期四和星期日都没有班机。我到窗口问是什么理由。回答是:“哎呀,这是什么原因呢?大概是从什么时候改了吧。”乘上飞机后又怎么样呢?无法保证能按时飞到目的地。这次从北京去哈尔滨,起飞就晚了一个小时,在沈阳停留又耽搁了四小时,好不容易到长春转机,又宣布“因为哈尔滨在下雨,今天的班机取消”。只好在长春住了一夜,第二天竟还是“今天停航”。到了哈尔滨,我才知道原因,原来哈尔滨机场没有水泥地面的跑道,飞机是在草原上咕噜咕噜地滑行。难怪一下雨,就必须得停航了。 ”
   "จีนกำลังพัฒนาบริการขนส่งภายในประเทศ  แต่การบินพลเมืองไม่น่าเชื่อถือ  ก่อนแรกคือตารางไม่สามารถไว้วางใจได้ ในตารางเวลาที่บริหารงานทั่วไปของการบินพลเรือนของประเทศจีนซึ่งขายฉบับละหนึ่งเหมานั้นจะผสมกับเที่ยวบินซึ่งที่จริงไม่มีหรอก" "ตัวอย่างเช่นในตารางที่หน้า 25 เขียนไว้ว่าเที่ยวบินไปเมืองฮาร์บินมีทุกวัน 08:15 ออกจากปักกิ่ง  แต่ในความเป็นจริงไม่มีเที่ยวบินในวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์เลย  ฉันไปถามที่หน้าต่าง  ได้คำตอบว่า:"โอ้ นี้เพราะอะไร? อาจจะเปลี่ยนเเล้วมั้ง" หลังจากนั่งเครื่องบินเเล้วเป็นไง   ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะบินไปยังจุดหมายปลายทางตามเวลา  ครั้งนี้จากปักกิ่งไปฮาร์บิน เวลาออกก็สายไปหนึ่งชั่วโมง เเล้วลงที่เมืองเสิ่นหยาง ได้ล่าช้าสี่ชั่วโมง  จนรอไปถึงต่อเครื่องบินที่เมืองฉางชุน  ยังได้รับคำประกาศว่า"เพราะฮาร์บินฝนตกอยู่ เที่ยวบินวันนี้ถูกยกเลิก"  ฉันก็เลยต้องพักที่ฉางชุนคืนหนึ่ง  วันถัดไป"หยุดบิน"อีกครั้ง  หลังที่ฉันถึงฮาร์บินฉันจึงรู้ว่าสาเหตุคืออะไร ก็เพราะสนามบินฮาร์บินไม่มีพื้นคอนกรีตทางวิ่งเครื่องบิน   เครื่องบินได้เเต่วิ่งอยู่บนทุ่งหญ้า  มิน่าเล่าฝนตกก็ต้องหยุดบิน"
     同样是在8月,一位名叫伊莱•布罗德的美国房屋建造商参观了北京、广州等五个城市,他对合众国际社记者谈到了对中国的观感,“我看到了一个令人印象深刻的不发达国家”。“中国人用黏土和稻草做砖,但也使用一部分预制混凝土板来建房。中国的住房是原始的,建成后的质量很粗糙,但非常讲实用。往往一个两居室的房子里要住四代人,从80岁的曾祖母到小孩。”同时,伊莱•布罗德也感觉到了刚刚开始发生的变化:“我所到之处,他们都在换自来水管。一些新的工业区正开始建造,不过我没有看到什么污染控制的措施。”
  ในเดือนสิงหาคมเดียวกัน พ่อค้าส้างบ้านสหรัฐอเมริกาผู้หนึ่งชื่อยีไหล บรอตได้ชมกรุงปักกิ่ง  กวางโจวและเมืองอื่น ๆ ทั้งหมดห้าเมือง เขาได้กล่าวความรับรู้จากจีนกับนักข่าวสำนักข่าวนานาชาติว่า "ผมได้เห็นประเทศที่ด้อยพัฒนาที่ทำให้ผมประทับใจมาก ""จีนทำอิฐด้วยดินและฟางหญ้า แต่ส่วนหนึ่งก็ใช้แผงคอนกรีตในการสร้างบ้าน ที่อยู่อาศัยของจีนเป็นเเบบตั้งเดิม คุณภาพจะหยาบมาก แต่มักจะมีประโยชน์มาก  เเละมักจะเป็นบ้านที่มีสองห้องอยู่ตั้งสี่รุ่น  รวมทั้งย่าผู้อายุ 80 กับเด็กๆ " ในขณะเดียวกัน  นายเอลี บรอดก็มีความรู้สึกกับการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งเกิดขึ้น :"สถานที่ที่ผมไปถึง  พวกเขากำลังเปลี่ยนท่อน้ำอยู่  เขตอุตสาหกรรมใหม่บางที่กำลังเริ่มก่อสร้าง แต่ไม่เห็นมีมาตรการควบคุมมลพิษใดๆหรอก"
《读卖新闻》驻香港记者松永二日也对中国企业的落后深为惊讶。这年6月,他参观了上海的一家集成电路工厂,他写道,“日本的集成电路工厂干净得一点灰尘也没有。相比之下,上海这家工厂简直像是马路工厂。工厂方面说,产品一多半不合格,卖不出去。”他还观察到,长期的政治斗争,学校停止招生,使得中国工厂的基础人才极度空乏。他举例说,上海内燃机研究所的31名技师,平均年龄是56岁。
    นักข่าวนายซงหย่ง เอ้อรื่อประจำฮ่องกง"ข่าวยูมิวริ(THE DAILY YOMIURI)"ก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับความล้าหลังของวิสาหกิจจีน เดือนมิถุนายนปีนี้ เขาได้เข้าชมโรงงานวงจรรวมเเห่งหนึ่งที่เซี่ยงไฮ้  เขาเขียนว่า"โรงงานวงจรรวมของญี่ปุ่นสะอาดจนไม่เห็นฝุ่นสักนิดเลย  เเต่ในทางตรงกันข้ามโรงงานเซี่ยงไฮ้เเห่งนี้ได้ถือว่าเป็นโรงงานกลางถนนจริงๆ ทางโรงงานกล่าวว่า  ผลิตภัณฑ์กว่าครึ่งหนึ่งไม่ได้มาตรฐาน จึงขายไม่ออก " นอกจากนี้เขายังสังเกตว่าเนื่องจากการต่อสู้ทางการเมืองเป็นเวลานาน โรงเรียนได้หยุดรับผู้สมัครเข้าเรียน ทำให้พนักงานพื้นฐานของโรงงานจีนขาดเยอะมาก เขากล่าวตัวอย่างเช่น  ช่าง 31 คนที่สถาบันวิจัยเครื่องยนต์เผาไหม้เซี่ยงไฮ้ อายุเฉลี่ยคือ56 ปี
在上海闵行的一间机电工厂中,松永看到了一条标语,“看谁先到达目标”。这家工厂开始对超额完成指标的工人实行奖励,每月的奖金分成三元、五元和七元三个等级。松永问了一个问题,“有没有送还奖金,仍然努力于社会主义建设的工人?”工厂负责人明确地回答,“没有。”
   ในโรงงานกลและไฟฟ้าเเห่งหนึ่งที่หมิ่นหางเซี่ยงไฮ้  นายซงหย่งได้พบสโลแกนเเผ่นหนึ่งว่า"ดูว่าใครจะถึงเป้าหมายก่อน" โรงงานเเห่งนี้ให้รางวัลกับคนงานที่ทำงานเกินโบนัส  รางวัลรายเดือนเเบ่งเป็นสาม ห้าและเจ็ดหยวนทั้งหมดสามระดับ นายซงหย่งถามว่า"มีคนงานที่คืนเงินนี้กลับมา เเล้วก็ยังพยายามสร้างสรรค์สังคมนิยมหรือเปล่า" ผู้รับผิดชอบโรงงานให้คำตอบอย่างแน่นอนว่า"เปล่า "
 在经历了这一些观察之后,松永预言中国即将开始一场新的经济革命。在10月3日的一篇述评中,他直截了当地宣称,“进入建国30年的中国今后的课题是,实行高速经济增长政策,把中国建成一个强大的经济大国”。而中国正在采取的办法则是,“在再度复职的邓小平领导下,设法加强同外国—以西方发达的工业国家为中心—的经济关系,在国内则推行讲究能力和效率的路线”。
หลังจากที่ได้ศึกษาเหล่านี้ นายซงหย่งคาดการณ์ว่าจีนจะเริ่มปฏิวัติเศรษฐกิจใหม่ทันที   ในบทความทบทวนของวันที่ 3 ตุลาคม เขาประกาศโดยตรงว่า" เรื่องสำคัญของอนาคตจีนซึ่งได้ก่อตั้งประเทศมา 30 ปีคือ จะดำเนินการตามนโยบายการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและเปิดประเทศจีนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง"เเละวิธีที่จีนเลือกคือ"ภายใต้การนำของนายเติ้ง เสี่ยวผิงซึ่งมีตำเเหน่งเหมือนเดิม พยายามสร้างความสำพันธ์ที่ดีขึ้นกับต่างประเทศ โดยถือประเทศอุตสาหกรรมพัฒนาตะวันตกเป็นหลัก -- เเละภายในประเทศปัฏิบัติเส้นทางที่ส่งเสริมความสามารถเเละประสิทธิภาพ"
回复 支持 反对

使用道具 举报

该用户从未签到

 楼主| 发表于 2012-10-5 14:23:27 | 显示全部楼层
松永试图用事实来证明他的观察,“中国的领导人已经意识到,靠上海那家老工厂是不可能迅速实现现代化的,因此必须下决心引进外国的先进技术。近来,中国加强同外国的经济关系的活动令人目瞪口呆。到今年9月为止,中国派出党政领导人到31个国家访问,并且接待了15个国家的政府领导人。而它们绝大多数是以前的敌人—西欧发达国家。不言而喻,这种门户开放政策的目的在于引进先进技术。”
    นายซงหย่งพยายามใช้ข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ข้อสังเกตของเขาว่า"ผู้นำของจีนได้ตระหนักว่า ด้วยโรงงานเดิมเเห่งนั้นที่เซี่ยงไฮ้ไม่สามารถบรรลุผลเเบบทันสมัยอย่างรวดเร็วหรอก จึงต้องตกลงใจจะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากต่างประเทศ  ในปัจจุบัน ประเทศจีนมีกิจกรรมที่สร้างความสำพันธ์ให้ดีขึ้นทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ ทำให้ประเทศอื่นรู้สึกนึกไม่ถึงจรงๆ  จนถึงเดือนกันยายนในปีนี้  ฝ่ายจีนได้ส่งผู้นำรัฐบาลไปเยือนต่างประเทศจำนวน 31 ประเทศและต้อนรับผู้นำรัฐบาลทั้งหมด15 ประเทศ  เเต่ประเทศเหล่นนี้(หมายถึงประเทศพัฒนาตะวันตกยุโรป)ส่วนใหญ่เป็นศัตรูในเเต่ก่อน –  เป็นที่ทราบกันเเล้วว่า จุดมุ่งหมายนโยบายเปิดประเทศเเบบนี้เพื่อนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย"
    应该说松永的观察是很精准的。1978年,除了主要领导人频频出访之外,中国政府还做了一些动作,它们在当时似乎并没有引发联想,然而在后来的研究者眼中却绝非巧合。这一年的7月3日,中国政府停止对越南的援助,13日又宣布停止对阿尔巴尼亚的一切技术和经济援助,10月23日,《中日和平友好条约》正式生效,12月16日,中美发布建交联合公报。
การสังเกตของนายซงหย่งถูกต้องมาก ในปีค.ศ.1978 นอกจากผู้นำสำคัญไปเยือนต่างประเทศบ่อยๆ รัฐบาลจีนยังได้ทำกิจกรรมบางอย่าง ในเวลานั้นดูเหมือนไม่มีใครคิดอะไรมากหรอก แต่มันเป็นเรื่องบังเอิญมากในความคิดของนักวิจัยในภายหลัง วันที่ 3 กรกฎาคมในปีนี้ รัฐบาลจีนได้หยุดความช่วยเหลือให้กับประเทศเวียดนาม  วันที่ 13 ได้ประกาศหยุดความช่วยเหลือด้านเทคนิคและเศรษฐกิจให้กับประเทศแอลเบเนีย  เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม   " สนธิสัญญาสันติภาพและมิตรภาพจีน-ญี่ปุ่น"มามีผลบังคับ  วันที่ 16 ธันวาคม  จีนกับอเมริการ่วมกันแถลงความสัมพันธ์ทางการทูต
一疏一近,貌似毫不相干,其实却不难看出内在的某种抉择:摆脱意识形态的纠缠,以经济发展为主轴,悄悄向发达国家靠拢的发展主导型战略已经开始发酵。
    ความห่างกับความชิดเเบบนี้ ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน เเต่ที่จริงง่ายที่จะพบว่าทางเลือกในนี้ : กำจัดต่อสู้ภาวะจิตสำนึก ยึดการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นหลัก  กลยุทธิ์ที่เข้าใกล้ชิดกับประเทศที่พัฒนาอย่างเงียบๆได้เริ่มดำเนินการ
    在这一年的天安门国庆典礼上,出现了一个名叫李嘉诚的香港商人。他穿着一件紧身的蓝色中山装,不无局促地站在一大堆也同样穿着中山装的中央干部身边,天安门广场是那么的大,让这个从小岛上来的潮汕人很有点不习惯。从11岁离开大陆,这是他40年来第一次回乡,在几年前,他还是一个被大陆媒体批评的万恶的资本家,现在他已经成了被尊重的客人。他自己可能也没有想到,再过20年,他将在距离天安门一公里远的地方盖起一个庞大的、超现代的东方广场。他是受到邓小平的亲自邀请,来参加国庆观礼的。来之前,他给自己定了“八字戒律”—“少出风头,不谈政治。”
    ในพิธีวันชาติที่จัตุรัสเทียนอานเหมินปีนี้ มีนักธุรกิจชาวฮ่องกงคนหนึ่งชื่อหลี่  เจียเฉิง เขาสวมชุดโจงซานสีน้ำเงินเเคบตัวหนึ่ง ยืนอยู่ข้างๆเจ้าหน้าที่กลางพรรคกลุ่มหนึ่งซึ่งก็ใส่ชุดโจงซานเดียวกันอย่างตื่นเต้นเร้าใจ จัตุรัสเทียนอานเหมินใหญ่ขนาดนั้น ทำให้คนเต้จิ๋วที่มาจากเกาะเล็กๆคนนี้รู้สึกอึดอัดมาก  เริ่มจากอายุ11ขวบเขาก็ได้จากแผ่นดินใหญ่ไป นี่เป็นครั้งแรกใน 40 ปีที่เขาได้กลับบ้าน ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขายังเป็นผู้ที่ถูกสื่อมวลชนแผ่นดินใหญ่วิจารณ์ว่าเป็นนายทุนชั่ว เเต่ตอนนี้เขาได้กลายเป็นบุคคลที่น่าเคารพ  เขาอาจนึกไม่ถึงว่าอีก 20 ปี  เขาจะสร้างจัตรัสตงฟางที่ทันสมัยเเละใหญ่โตเเห่งหนึ่งซึ่งห่างจากจัตุรัสเทียนอานเหมินหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น   เขาได้รับเชิญเป็นพิเศษโดยนายเติ้ง เสี่ยวผิง เพื่อเข้าร่วมพิธีวันชาติ ก่อนที่เขามา เขาได้ตั้ง"บัญญัติอักขระเเปดคำ"ให้กับเองว่า"ไม่พูดจาเหลวไหล  ไม่คุยเรื่องที่เกี่ยวการเมือง "
回到香港,李嘉诚当即决定,在家乡潮州市捐建14栋“群众公寓”,他在给家乡人的信中写道:“念及乡间民房缺乏之严重情况,颇为系怀。故有考虑对地方上该项计划予以适当的支持。”他要求家乡媒体不要对此做任何的宣传。有一个与此相关的细节是,两年后,“群众公寓”建成,搬进新房的人们将一副自撰的春联贴在了门上,曰:“翻身不忘共产党,幸福不忘李嘉诚。”此联很快被记者写成“内参”上报到中央,引起了一场不小的震动。李嘉诚不惹政治,却防不了政治来惹他。
    หลังกลับไปถึงฮ่องกง นายหลี่เจียเฉิงก็ตัดสินใจทันทีว่า จะบริจาคเงินสร้าง “เฟลตมวลชน”จำนวน 14 ตึกที่เมืองแต้จิ๋วซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา  ในจดหมายที่เขาเขียนให้ประชาชนที่บ้านเกิด  เขาเขียนว่า:"ผมเป็นห่วงสถานการณ์ร้ายแรงของการขาดการบ้านมาก และพิจารณาว่าจะให้การสนับสนุนกับโครงการนี้ในท้องถิ่น"เขาเรียกว่าสื่อมวลชนที่บ้านเกิดไม่ต้องทำประชาสัมพันธ์กับเรื่องนี้ มีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ สองปีผ่านไป"เฟลตมวลชน"ได้สร้างขึ้น คนที่ย้ายเข้าบ้านใหม่ได้เขียนคำขวัญคู่ติดไว้ประตูว่า"เป็นไทเเก่ตัวไม่ลืมพรรคคอมมิวนิสต์ มีความสุขไม่ลืมนายหลี่เจียเฉิง "คำขวัญคู่ได้เขียนเป็นอ้างอิงกับนักข่าวเเละรายงานไปยังกลางพรรคอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเรื่องที่ยุ่งยากมาก หลี่ เจียเฉิงไม่ยุ่งกับการเมือง แต่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเมืองได้
在李嘉诚从香港来北京参加国庆典礼前的4个月,36岁的荣智健随身携带着简单行装和单程通行证,远离家人,告别妻儿,从北京来到了香港。到码头来迎接他的,是他的两个堂兄弟,荣智谦、荣智鑫。显赫百年的荣家第四代终于在一个潮湿的夏天又聚在了一起。
ก่อนที่นายหลี่ เจียเฉิงจากฮ่องกงไปปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมพิธีวันชาติ 4 เดือน   นายหรง จื้อเจ้น  อายุ 36 ปี พกกระเป๋าง่ายเดียวกับบัตรขาไป จากครอบครัวของเขาไปโดยทิ้งภรรยาและลูกๆ จากกรุงปักกิ่งไปถึงฮ่องกง คนที่มารับเขาที่ท่าเรือ เป็นญาติพี่น้องสองคนของเขา นายหรง จื้อเชียนกับนายหรง จื้อซิน รุ่นที่สี่ครอบครัวนามสกุลหรงที่ได้ลือชื่อมาหนึ่งร้อยปีในที่สุดได้ร่วมกันในฤดูร้อนที่อากาศเปียกนี้
  无锡荣家,兴于清末民初,靠办印染工厂起家,是江浙沿海一带显赫的商贾大户,最鼎盛时,荣家几乎掌控了中国纺织产业的大半壁江山。1949年之后,荣家一直是共产党的坚定拥护者,1953年,党中央有计划地实验公私合营计划,在荣家第三代掌门人荣毅仁的积极倡导下,他所持股的广州第二纺织厂成为全国第一家递交公私合营申请书的私营工厂,起了全国性的示范和宣传作用,毛泽东因此赞许荣家为“民族资本家的首户”。三年后,全国公私合营计划临近收尾,在全国政协二届二次会议上,荣毅仁作为工商界报喜队代表,向毛泽东、刘少奇等报喜,这一天标志着“全国范围内基本上完成了对资本主义工商业的改造,进入了社会主义社会”。1957年,41岁的荣毅仁当上了上海市副市长,后来还曾兼任纺织部副部长。
   ครอบครัวนามสกุลหรงที่อู๋ซี  ได้รุ่งเรืองในปลายราชวงศ์ชิง  ตอนเเรกได้อาศัยโรงงานการพิมพ์และย้อมสี เป็นร้านค้าที่โดดเด่นที่ลือชื่อไปเเถวชายฝั่งทะเลมณฑลเจียงซูกับมณฑลเจ้อเจียง  เมื่อที่รุ่งเรืองที่สุด ครอบครัวนามสกุลหรงได้ควบคุมเกือบครึ่งหนึ่งของอุตสาหกรรมสิ่งทอของจีน หลังปีค.ศ.1949  ครอบครัวนามสกุลหรงได้สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ตลอด ปีค.ศ.1953 คณะกรรมการกลางวางแผนที่จะทดสอบแผนห้างหุ้นส่วนสาธารณะเอกชน นายหรง ยี่เหริ๋น ผู้ควบคุมโรงผลิตรุ่นที่สามของครอบครัวนามสกุลหรงได้มีการสนับสนุน  โรงงานทอผ้าที่สองกวางโจวซึ่งเขาเป็นผู้ถือหุ้นกลายเป็นโรงงานเอกชนเเห่งเเรกของชาติที่ได้ส่งคำร้องพันธมิตประชาชนเอกชน เเละได้มีบทบาทในการประชาสัมพันธ์  ประธานเหมา เจ๋อตงก็เลยยกย่องครอบครัวนามสกุลหรงนี้ว่า"ร้านแรกในนายทุนประชาชาติ" สามปีผ่านไป  โครงการร่วมสาธารณะ – เอกชนเเห่งชาติใกล้สิ้นสุด ที่ประชุมครั้งที่สองรุ่นที่สองของการประชุมการปรึกษาทางด้านการเมืองแห่งชาติ นายหรง ยี่เหริ๋นซึ่งเป็นตัวแทนวงธุรกิจบอกข่าวดีให้กับประธานเหมา เจ๋อตงเเละนายหลิว เซ่าฉีเป็นต้น นี่เป็นวันสัญญลักษณ์"ภายในประเทศได้เปลี่ยนแปลงธุรกิจทุนนิยมเสร็จสิ้นลง เริ่มไปสู่สังคมนิยม" ในปีค.ศ.1957  นายหรง ยี่เหริ๋นที่อายุ 41 ได้เข้าตำเเหน่งเป็นรองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้และต่อมายังได้ทำหน้าที่เป็นรองรัฐมนตรีช่วยว่าการสิ่งทอ
“文革”期间,荣毅仁靠边站,没有少吃苦头,他的食指被红卫兵打断,好几年一直在全国工商联机关食堂的锅炉房运煤和打扫工商联机关的所有厕所。他的儿子荣智健被流放到四川凉山的一个水电站当抬土工。“四人帮”下台后,邓小平复出,荣毅仁也随即翻身,在1978年2月召开的五届政协会议上,邓小平被选为全国政协主席,荣毅仁当选为副主席。
    ช่วงสมัย"ปฏิวัติทางวัฒนธรรม" นายหรง ยี่เหริ๋นได้รับการปฏิบัติต่ออย่างไม่เป็นธรรม นิ้วชี้ของเขาถูกตบจนหักโดยทหารเสื้อแดง หลายปีจากนั้นต้องไปขนถ่านที่ห้องเตาหม้อที่โรงอาหารองค์การร่วมธุรกิจเเห่งชาติเเละทำความสะอาดห้องสุขาองค์การร่วมธุรกิจทุกห้อง  นายหรง จื้อเจี้ยน ซึ่งเป็นลูกชายของเขา  ถูกระงับการไปเป็นคนงานยกดินที่สถานีไฟฟ้าพลังน้ำเเห่งหนึ่ง  หลัง"เเก๊งสี่"ถูกโค่นล้ม  นายเติ้ง เสี่ยวผิงได้คืนอำนาจใหม่  นายหรง ยี่เหริ๋นก็ได้เป็นไทเเก่ตัวทันที ที่ประชุมการปรึกษาทางด้านการเมืองรุ่นที่ห้าในกุมภาพันธ์ ปีค.ศ.1978 นายเติ้ง เสี่ยวผิงได้รับเลือกเป็นประธานการประชุมการปรึกษาทางการเมืองเเห่งชาติ  นายหรง ยี่เหริ๋นได้เลือกเป็นรองประธาน
政治上尽管重焕光芒,而荣家资产在大陆却已分文不存。此时已回到北京的荣智健无所事事,他对科研和政治均无兴趣,于是南下香港成了最好的一个抉择,在那里,一群解放前逃亡在外的荣家子弟尽管不复祖辈的荣耀,却也依然固守家业。行前,荣毅仁盘算良久,记得当年他父亲在香港开办了数家纺织厂,其中的股息和分红30多年一直未动,荣智健在父亲的授意下一一结算,竟得一笔不菲的资金,这成了他闯荡香江的资本。世家子弟毕竟不比寻常,其起点自当高人一筹。12月,他与两个堂兄弟合股的爱卡电子厂开业了,总股本100万元港币,三人各占1/3股份,一开始的业务是将香港的廉价电子表、收音机、电子钟等向大陆贩卖,在当时,获准“大陆贩卖权”几乎是一个难以想象的特权。3年后,这家背景深厚的小电子厂被美国的Fitelec公司以1 200万美元高价收购。荣家财技一试即灵,果然非同凡响。荣智健日后资产曾一度攀上“中国首富”的宝座,其渊源由来当是从这个夏天开始的。
    ถึงแม้จะมีเกียรติยศคืนมาทางการเมืองอีกครั้ง เเต่สินทรัพย์ของครอบครัวนามสกุลหรงไม่เหลือสักบาทเลยในแผ่นดินใหญ่อีกเเล้ว  ขณะนี้นายหรงจื้อเจี้ยนได้กลับไปปักกิ่งด้วยไม่มีงานที่จะทำ เขาไม่มีสนใจงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการเมือง  ก็เลยไปฮ่องกงที่อยู่ภาคใต้ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อยู่ที่นั่น ถึงเเม้ญาติพี่น้องในครอบครัวนามสกุลหรงที่หนีไปข้างนอกก่อนปลดเเอกกลุ่มหนึ่งไม่มีเกียรติยศของบรรพบุรุษต่อไปอีกเเล้ว แต่ยังคงถือครองธุรกิจของครอบครัว  ก่อนที่ไป นายหรง ยี่เหริ๋นได้มีการวางแผนมานาน พ่อของเขาเปิดโรงงานสิ่งทอหลายเเห่งที่ฮ่องกง ในนั้นเงินปันผลและเงินเเบ่งโบนัสไม่ได้ถอนออกกว่า 30 ปี นายหรง จื้อเจี้ยนคำนวณเงินด้วยการเเจ้งเจตนารมณ์ของคุณพ่อ นึกไม่ถึงว่าได้รับเงินเป็นจำนวนมาก นี่ได้กลายเป็นเงินทุนที่เขาไปหางานที่ฮ่องกง เด็กๆที่เกิดจากครอบครัวตระกูลขุนนางไม่เหมือนกับเด็กคนอื่นหรอก จุดเริ่มต้นก็ดีกว่าคนอื่นอยู่เเล้ว  ในเดือนธันวาคม โรงงานอิเล็กทรอนิกส์บัตรอ้ายข่าของหุ้นส่วนรวมระหว่างญาติสองคนกับเขาได้เปิดร้านเเล้ว ทุนรวมทั้งหมดหนึ่งล้านดอลลาร์ฮ่องกง สามคนคนละ 1 / 3 ในหุ้นส่วน  ธุรการเดิมในการเริ่มต้นเป็นการนำนาฬิกาวิทยุเเละอิเล็กทรอนิกส์ที่ราคาถูกของฮ่องกงขายไปที่แผ่นดินใหญ่ ในเวลานั้น การที่ได้รับอนุญาตให้"สิทธิขายในแผ่นดินใหญ่"เป็นสิทธิ์พิเศษที่เกือบเป็นไปไม่ได้  3 ปีผ่านไป โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กเเห่งนี้ถูกจัดซื้อโดยบริษัทฟิเตอลิคของสหรัฐอเมริกาด้วยราคาตั้งสิบล้านสองเเสนเหรียญสหรัฐ  วิธีการหาเงินของครอบครัวนามสกุลหรงดีมาก  ซึ่งคนอื่นเทียบไม่ได้จริงๆ  สินทรัพย์ในวันหลังของนายหรง จื้อเจี้ยนทำให้เขากลายเป็น"คนรวยสุดของจีน"ชั่วหนึ่ง ซึ่งสาเหตุที่มาก็ต้องเริ่มจากฤดูร้อนนี้
回复 支持 反对

使用道具 举报

该用户从未签到

 楼主| 发表于 2012-10-5 14:23:53 | 显示全部楼层
与只身闯香港的儿子相比,当上全国政协副主席的荣毅仁鏖战大陆。他提笔向邓小平建议,“从国外吸引资金,引进先进技术,似有必要设立国际信托投资公司,集中统一吸收国外投资,按照国家计划,投资人意愿,投入国家建设”。在荣毅仁的提案中,即将创办的公司名为中国国际信托投资公司,简称中信(CITIC)。此议当即得到邓的认可,其他领导人也颇为赞许。1979年,中信公司正式成立。在相当长一段时间里,它扮演了中国引进国际资本的中介角色。
  ตรงกันข้ามกับลูกชายที่ไปหางานที่ฮ่องกง  นายหรง ยี่เหริ๋นที่เพิ่งได้เลือกเป็นรองหัวหน้าการประชุมการปรึกษาทางด้านการเมืองหางานที่เเผ่นดินใหญ่คนเดียว เขาเสนอกับนายเติ้ง เสี่ยวผิงว่า"ดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าประเทศ ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องสร้างบริษัทการลงทุนความเชื่อถือระหว่างประเทศ  รับเงินการลงทุนศูนย์ร่วมกัน  ตามแผนรัฐ เเละตามความสมัครใจของคนที่ลงทุน  เพื่อสร้างประเทศชาติ” ในข้อเสนอของหรง ยี่เหริ๋น  บริษัทที่กำลังจะสร้างขึ้นชื่อว่าบริษัทการลงทุนสินเชื่อนานาชาติจีน ชื่อย่อคือซีไอทีไอซี ข้อเสนอนี้ได้รับการยอมรับทันทีจากนายเติ้ง เสี่ยวผิง และผู้นำคนอื่นก็ยกย่องมาก  ในปีค.ศ. 1979  บริษัทซีไอทีไอซี ได้ก่อตั้งเป็นทางการ ในช่วงเวลานาน มันจะทำตัวเป็นสื่อกลางของการนำทุนระหว่างประเทศของจีน
在国内成功地掀起了“真理标准大讨论”的思想热浪之后,1978年10月22日,邓小平出访日本。在此次访问中,走访日本公司是他出行的重要事项之一。这位早年曾经留学法国,在印刷厂当过工人的中国领导人已经有半个世纪没有走进过资本主义的工厂了。这一次,他显然不仅仅是为了参观,而是在举手投足间一次次地表达出自己的深意。
    หลังได้ประสบความสำเร็จในความคิด"การอภิปรายเกณฑ์ที่ดีในความจริง"ภายในประเทศ  วันที่ 22 ตุลาคมปีค.ศ.1978 นายเติ้ง เสี่ยวผิงได้เยือนญี่ปุ่น  ในการเยือนครั้งนี้ การเข้าชมบริษัทประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญระหว่างการเดินทางของเขา  ผู้นำจีนที่มีการศึกษาที่ฝรั่งเศสก่อนหน้านี้เเละเคยเป็นคนงานในโรงพิมพ์คนนี้ไม่เคยได้เดินเข้าโรงงานของนายทุนนับเวลาครึ่งศตวรรษเเล้ว  คราวนี้ เด่นชัดว่าเขาไม่เพียงเเต่เข้าชมเท่านั้น แต่ในท่าทางเขาได้แสดงความหมายของตัวเองครั้งเเล้วครั้งเล่า
他先是参观了东京的新日铁公司和日产汽车公司。在日产的一个汽车厂里,他真正领略了“现代化”的生产线在大阪考察时,他专程去了松下电器公司的茨木工厂,在那里,翘首等待他的是另一位亚洲传奇人物,松下公司创始人、被尊称为“日本经营之神”的83岁的松下幸之助。
    ก่อนแรกเขาเข้าชมบริษัทนิพพอนสตีว(Nippon Steel)เเละบริษัทนิสสันมอเตอร์(Nissan Motor Co.)ที่โตเกียว ในโรงงานผลิตรถยนต์นิสสันเเห่งหนึ่ง เขาได้ชื่นชมสายการผลิตที่"ทันสมัย"อย่างมาก  เมื่อเยี่ยมชมที่เมืองโอซาก้า  เขาได้เดินทางพิเศษที่ โรงงานอิบารากิของบริษัทอิเล็กตรอนิคมาจือซิต้า(Matsushita Electric) ที่นั่น ผู้ที่ต้อนรับเขาด้วยความยินดีมากคือนายมาจือซิต้า อายุ 83 ปี ซึ่งเป็นผู้เเบบเทพนิยายเอเชียอีกคนหนึ่ง เเละเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทมาจือซิต้า เป็นที่รู้จักกันว่าเขาเป็น"ราชาธุรกิจ"ญี่ปุ่น
随行的新华社记者在报道中描述道:日本朋友向邓副总理介绍了松下电器公司生产各种电视机的概况。从1952年生产第一台电视机以来,截至1978年3月,这家公司已经生产了5 000台电视机。邓副总理走进生产车间,参观了电视机组装生产线、自动插件装置以及检查成品等生产工序。离开车间后,邓副总理被邀请来到一间展览室,日本朋友向邓副总理介绍了陈列在这里的双画面电视、高速传真机、汉字编排装置、录像机、录像唱片、立体声唱机以及微波炉等产品。邓副总理在讲话中说,在中国四个现代化的发展过程中,电子工业、电子仪表和自动化等都是必需的。《中日和平友好条约》的签订和生效,使两国的友好合作可以更加广阔地在多方面进行下去。邓副总理应主人的要求,在这家工厂的纪念册上题词:“中日友好前程似锦”。
ในรายงานผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัวที่เดินทางไปด้วยกันได้เขียนไว้ว่า เพื่อนญี่ปุ่นได้เเนะนำสภาพเครื่องทีวีนานาชนิดที่ผลิตจากบริษัทมาจือซิต้าให้กับรองนายกรัฐมนตรี นายเติ้ง เสี่ยวผิง  ตั้งเเต่ปีค.ศ.1952 ได้ผลิตโทรทัศน์เครื่องแรกมา จนถึงมีนาคม ปีค.ศ.1978   บริษัทเเห่งนี้ได้ผลิตโทรทัศน์ 5,000 เครื่อง รองนายกรัฐมนตรี นายเติ้ง เสี่ยวผิงเดินเข้าห้องผลิต  ชมรมกระบวนการผลิตสายการประกอบโทรทัศน์ เเละอุปกรณ์อะไหล่อัตโนมัติ เเละผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเป็นต้น  หลังจากได้ออกจากห้องการผลิต  รองนายกรัฐมนตรี นายเติ้ง เสี่ยวผิงได้รับเชิญมาห้องนิทรรศการห้องหนึ่ง เพื่อนญี่ปุ่นได้เเนะนำผลิตภัณฑ์ทีวีแสดงผลสองหน้าจอเครื่องโทรสารความเร็วสูง(high speed sewing machine) อุปกรณ์นำเสนอตัวอักษร เทปบันทึกวิดีโอ เครื่องเล่นสเตอริโอและเตาอบไมโครเวฟที่ตั้งเเสดงที่นี่ให้กับรองนายกรัฐมนตรีนายเติ้ง เสี่ยวผิง   รองนายกรัฐมนตรีนายเติ้ง เสี่ยวผิงได้กล่าวว่า ในกระบวนการพัฒนาที่เเบบทันสมัยสี่ข้อของประเทศจีนนั้น  อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์และระบบอัตโนมัติก็เป็นสิ่งจำเป็นทั้งหมด การลงนามและเป็นผลของ"สนธิสัญญาสันติภาพและมิตรภาพจีน-ญี่ปุ่น"ทำให้ความร่วมมือเป็นมิตรระหว่างสองประเทศได้ดำเนินอีกหลายๆด้านต่อไป นายเติ้ง เสี่ยวผิงได้รับเชิญกับคำเรียกร้องผู้ที่เป็นเจ้าของ ได้เขียนคำจารึกไว้ที่สมุดจารึกของโรงงานเเห่งนี้ว่า"มิตรภาพอนาคตจีน- ญี่ปุ่นดีตลอดไป"
邓小平对松下的此次考察,给83岁高龄的松下幸之助留下深刻的印象,这促使老人开始思考松下公司的中国攻略。在第二年,松下幸之助飞访中国,成为访问新中国的第一位国际级企业家,松下公司与中国政府签订了“技术协作第一号”协议,向上海灯泡厂提供黑白显像管成套设备,通过国际交流基金向北京大学、复旦大学赠送价值1.2亿日元的设备,松下公司的北京事务所随之开设。松下公司的率先进入中国,起到了巨大的示范效应,其他日本公司纷涌而至,在其后的10年间,日本公司成为第一批中国市场的外来拓荒者。
    การเยี่ยมชมมาจือซิต้าของนายเติ้ง เสี่ยวผิงครั้งนี้ ทำให้นายมาจือซิต้า ผู้อายุ83ปีคนนี้ประทับใจมาก ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุคนนี้เริ่มพิจารณาการร่วมมือระหว่างบริษัทมาจือซิต้ากับจีน ในปีที่สอง นายมาจือซิต้ามาเยือนจีนโดยเครื่องบิน  ซึ่งก็เป็นนักธุระกิจระดับโลกคนเเรกที่มาเยี่ยมจีนซึ่งเป็นประเทศเพิ่งได้ก่อตั้ง   บริษัทมาจือซิต้าได้ลงนามสัญญา"ความร่วมมือทางเทคนิคฉบับที่หนึ่ง"กับรัฐบาลจีน ให้ชุดหลอดภาพขาวดำ(monochrome tube)กับโรงงานหลอดไฟเซี่ยงไฮ้ มอบชุดอุปกรค์ที่มีมูลค่าหนึ่งร้อยยี่สิบล้านเยนให้กับมหาวิทยาลัยปักกิ่ง  มหาวิทยาลัยฟู่ต้านโดยมูลนิธิการแลกเปลี่ยนนานาชาติ สำนักงานปักกิ่งของบริษัทเเพนนาซอนิคได้เปิดตาม การเข้าตลาดจีนที่เป็นผู้เเรกของบริษัทเเพนนาซอนิคนี้ ได้มีการสาธิตผลขนาดใหญ่   และมีบริษัทญี่ปุ่นอื่น ๆ เข้ามาในภายหลัง 10 ปีอย่างมาก    บริษัทญี่ปุ่นเป็นบริษัทกลุ่มเเรกที่ได้มาบุกเบิกตลาดประเทศจีน
前日本驻华大使中江要介在《邓小平让中国富起来》的回忆文章中,记录了邓小平访日的另一个细节:中江在陪同途中问邓小平对日本的什么感兴趣,邓小平说中国老百姓冬天使用煤球,时常发生一氧化碳中毒的事情,他想知道日本有没有不产生一氧化碳的煤球。
    ในบทความหวนคิด  นายเติ้ง เสี่ยวผิงทำให้คนจีนรวยขึ้น  จากนายโจงเจียง เย่าเจ้ ซึ่งเป็นอดีตเอกอัคราชทูตญี่ปุ่น ได้บรรทึกรายละเอียดข้ออื่นที่นายเติ้ง เสี่ยวผิงเยือนประเทศญี่ปุ่นว่า : ระหว่างที่นายโจงเจียงได้เยี่ยมเป็นเพื่อนกับนายเติ้ง เสี่ยวผิง เขาถามนายเติ้ง เสี่ยวผิงว่าสนใจอะไรบ้างกับประเทศญี่ปุ่น  นายเติ้ง เสี่ยวผิงตอบว่า ประชาชนจีนใช้ก้อนถ่านหินในฤดูหนาว เเละมักจะเกิดคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษขึ้น  เขาอยากทราบว่าญี่ปุ่นมีก้อนถ่านหินที่ไม่มีบอนมอนอกไซด์หรือไม่  
访日之后,邓小平旋访新加坡。李光耀在《李光耀回忆录:1965~2000》一书中回忆了这段经历。李光耀对邓小平印象深刻,以致他在书中写道:“邓小平是我所见过的领导人当中给我印象最深刻的一位。尽管他只有五英尺高,却是人中之杰。虽已年届74岁,在面对不愉快的现实时,他随时准备改变自己的想法。”
หลังจากได้เยือนญี่ปุ่น  นายเติ้ง เสี่ยวผิงได้แวะไปเยือนประเทศสิงคโปร์ นายหลี่ กวางเย่าได้หวนคิดการเดินทางครั้งนี้ในหนังสือเรื่อง"บรรทึกความทรงจำของหลี่กวางเย่า: 1965 ~ 2000" นายหลี่ กวางเย่ามีความประทับใจอย่างมากกับนายเติ้ง เสี่ยวผิง   เขาจึงขียนว่า : "นายเติ้ง เสี่ยวผิงเป็นผู้นำผู้หนึ่งที่ให้ผมประทับใจมากที่สุดในผู้นำทั้งหมดที่ผมเคยพบ  แม้ว่าเขาสูงเพียงห้าฟุตเท่านั้น เเต่เป็นคนที่เก่งมาก   ถึงเเม้อายุ74 ปีเเล้ว  เเต่เมื่อได้เผชิญกับอุปสรรคที่ยากลำบาก  เขาพร้อมที่จะเปลี่ยนความคิดเขา"
出乎李光耀预料的是,邓小平对新加坡的经济制度表示出浓厚的兴趣。他在回忆录中写道,“邓小平离开几个星期后,有人把北京《人民日报》刊登的有关新加坡的文章拿给我看。报道的路线改变了,纷纷把新加坡形容为一个花园城市。说这里的绿化、公共住房和旅游业都值得考察研究。我们不再是‘美帝国主义的走狗’。邓小平在第二年的一次演讲中说:‘我到新加坡去考察他们怎么利用外资。新加坡从外国人所设的工厂中获益。首先,外国企业根据净利所交的35%税额归国家所有;第二,劳动收入都归工人;第三,外国投资带动了服务业。这些都是国家的收入。’他在1978年所看到的新加坡,为中国人要争取的最基本的成就提供了一个参考标准。”
    ที่ทำให้นายหลี่ กวางเย่านึกไม่ถึงคือ  นายเติ้ง เสี่ยวผิงได้แสดงความสนใจอย่างมากกับระบบเศรษฐกิจของสิงคโปร์  เขาเขียนในบรรทึกความทรงจำว่า"หลังที่นายเติ้ง เสี่ยวผิงได้จากไปไม่กี่สัปดาห์ ก็มีคนเอาบทความที่เกี่ยวกับสิงคโปร์ที่ตีพิมพ์ใน"หนังสือพิมพ์รายวันประชาชน"ปักกิ่งมาให้ผมอ่าน ในบทความนั้น น้ำเสียงในการรายงานมีการเปลี่ยนแปลง ยกย่องว่าสิงคโปร์เป็นเมืองสวน  เเละเขียนว่าการปลูกต้นไม้ ที่อยู่อาศัยเเละอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่นี่น่าสนใจทั้งหมด  เราไม่ใช่ประเทศที่ถูกเรียกว่าเป็น'เชลยศึกของจักรวรรดินิยมสหรัฐอเมริกา'อีกเเล้ว. ในการพูดครั้งหนึ่งในปีที่สองนายเติ้ง เสี่ยวผิงว่า “ฉันไปสิงคโปร์เพื่อศึกษาวิธีการใช้เงินทุนต่างประเทศ . สิงคโปร์ได้รับประโยชน์จากโรงงานที่จัดตั้งขึ้นโดยคนต่างประเทศ  ก่อนแรก บริษัทต่างประเทศจะจ่ายค่าภาษี 35%ตามรายได้สุทธิให้กับประเทศสิงคโปร์ อันที่สอง รายได้แรงงานเป็นสมบัติของคนงาน  อันที่สาม  การลงทุนต่างประเทศได้ส่งเสริมกิจการบริการ  ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ก็เป็นรายได้ของประเทศชาติ สิงคโปร์ที่เขาได้พบในในปีค.ศ. 1978   เป็นมาตรฐานอ้างอิงสำหรับความสำเร็จพื้นฐานที่จะมุ่งมั่นของชาวจีน"  
这些细节,在1978年的新闻报道中被淹没,人们只关注和称颂邓小平出访的种种政治意义,却没有发现他其实已经在为中国日后的经济制度改革汲取经验。邓小平是一个深思而慎行的人,当他提出某一个主张的时候,便表明他已经对此深思熟虑。在年底的一次中央工作会议上,邓小平突然提出了一个新的理论:“让一部分城市先富起来”。他当时一口气列举了十来个城市,第一个就是深圳。
รายละเอียดเหล่านี้  ในรายงานข่าวปีค.ศ.1978 ไม่ได้กล่าวถึงสักคำเลย ผู้คนสนใจเเละชื่นชมเเต่ความสำคัญทางการเมืองหลายด้านของการเยือนกับนายเติ้ง เสี่ยวผิง เเต่ไม่ได้สังเกตว่าที่จริงเเล้วเขากำลังเรียนรู้ประสบการณ์ให้กับการปฏิรูประบบเศรษฐกิจในอนาคตจีน นายเติ้ง เสี่ยวผิงเป็นคนพิจารณาอย่างรอบคอบระมัดระวัง  ในประชุมการงานกลางพรรคสิ้นปีนี้ นายเติ้ง เสี่ยวผิงได้เสนอทฤษฎีใหม่"ให้บางเมืองรวยขึ้นก่อน" ตอนนั้นเขาได้ยกตัวอย่างเมืองตั้งสิบกว่าเมือง  เมืองเเรกก็คือเมืองเซินเจิ้น
当时在座做记录的经济学家于光远回忆说,邓小平提到的是“深圳”,而不是人们常说的“宝安”,还列举了为什么深圳可以先富起来的理由,可见邓小平注意深圳很久了,而且进行了深入的思考。1979年3月,深圳经济特区成立。
    นายหยวี กวางหย่วน นักเศรษฐศาสตร์ที่ทำการบันทึกตอนนั้นได้หวนคิดว่า นายเติ้งเสี่ยวผิงกล่าวถึง"เซินเจิ้น"เเต่ไม่ใช่"บ่าวอาน"ซึ่งผู้คนเรียกบ่อย  ยังบอกเหตุผลว่าทำไมเซินเจิ้นถึงจะได้รวยก่อน แสดงให้เห็นถึงนายเติ้ง เสี่ยวผิงได้สนใจเซินเจิ้นเป็นเวลานานเเล้ว เเละยังได้พิจารณาเป็นเวลานาน  มีนาคมในปีค.ศ. 1979 จีนได้จัดตั้งเขตพิเศษเศรษฐกิจเซินเจิ้น
回复 支持 反对

使用道具 举报

该用户从未签到

 楼主| 发表于 2012-10-5 14:24:15 | 显示全部楼层
1978年底,美国《时代周刊》将邓小平评为“年度人物”。这家在国际上影响重大的周刊用整整48页的系列文章介绍了年度人物邓小平和打开大门的中国,其开篇之作的标题是:《新中国的梦想家》(Visions of a New China)
ปลายปีค.ศ.1978 "นิตยสารไทม์ (Time Magazine)"ของสหรัฐอเมริกาได้เลือกนายเติ้งเสี่ยวผิงเป็น"ผู้คนตลอดปี(Persons of the Year)" นิตยสารที่มีอิทธิพลอย่างมากในต่างประเทศฉบับนี้ได้เเนนำนายเติ้ง เสี่ยวผิงเเละประเทศจีนที่เปิดตลาดด้วย 48 หน้า หัวข้อใหญ่ในนั้นคือ"นักฝันของจีนใหม่(Visions of a New China)"
    1978年,中国最重大的经济事件并不发生在城市里,而是在一个偏僻、贫穷的小乡村。这在即将开始的30年里一点也不奇怪,因为日后更多改变中国变革命运的事件都是没有预谋的,都是在很偏僻的地方、由一些很平凡的小人物所意外引爆的。
ในปีค.ศ.1978  เหตุการณ์เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของจีนไม่ได้เกิดขึ้นในเมือง แต่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กที่ทางไกลเเละยากจน  นี่ไม่น่าแปลกใจหรอกสำหรับในกำลังจะเริ่ม30ปีนี้ เพราะกิจกรรมเปลี่ยนแปลงจีนในอนาคตไม่ได้คิดล่วงหน้าหรอก มันเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ห่างไกลมากเเละทำโดยคนบางคนที่ธรรมดาทั้งหมด
这年11月24日晚上,在安徽省凤阳县小岗生产队的一间破草屋里,18个衣衫老旧、面色饥黄的农民,借助一盏昏暗的煤油灯,面对一张契约,一个个神情紧张地按下血红的指印,并人人发誓:宁愿坐牢杀头,也要分田到户搞包干。这份后来存于中国革命博物馆的大包干契约,被认为是中国农村改革的“第一枪”。
  เย็นวันที่ 24 พฤศจิกายนของปีนี้   ที่บ้านหญ้าห้องหนึ่งของทีมงานหมู่บ้านเสี่ยวก่างอำเภอเฟิ่งหยางมณฑลอานฮุย เกษตรกรที่ใส่เสื้อผ้าเก่า หน้าตาซีกจำนวน 18 คน ด้วยตะเกียงใบหนึ่งเเละสัญญาเเผ่นหนึ่งอยู่หน้าพวกเขา  กดเม็ดเลือดแดงของลายนิ้วมือลงในใบสัญญาด้วยจิตใจที่ตื่นเต้นทุกคน  และทุกคนได้สาบานว่า : ยอมที่จะไปนั่งคุก  ก็เเจกนาถึงบ้านทำนาเอง สัญญาฉบับนี้ถูกฝากไว้ในพิพิธภัณฑ์ปฏิรูปจีน มันถือว่าเป็นการปฏิรูปครั้งเเรกของชนบทจีน
在1978年以前,已经实行了20多年的人民公社制度把全国农民牢牢地拴在土地上,“大锅饭”的弊端毕现无疑,农业效率的低下到了让农民无法生存的地步。小岗村是远近闻名的“三靠村”—“吃粮靠返销,用钱靠救济、生产靠贷款”,每年秋收后几乎家家外出讨饭。1978年的安徽,从春季就出现了旱情,全省夏粮大减产。小岗村的农民在走投无路的情况下,被逼到了包产到户的这一条路上。包干制竟十分灵验,第二年小岗村就实现了大丰收,第一次向国家交了公粮,还了贷款。在当时的安徽省委书记万里的强力主持下,小岗村的大包干经验一夜之间在安徽全境遍地推广。此后,以“家庭联产承包责任制”命名的中国农村改革迅速蔓延全国,给中国农村带来了举世公认的变化。
    ก่อนปีค.ศ. 1978  ระบบชุมชนที่ได้ดำเนินการ 20 กว่าปีได้ผูกแน่นชาวนาจีนกับที่ดิน ข้อบกพร่องของ"ชามข้าวหม้อใหญ่(ลัทธิเฉลี่ยให้เท่ากัน)"ปรากฎออกมา  ความต่ำของประสิทธิภาพการเกษตรทำให้เกษตรกรไม่สามารถอยู่รอด  หมู่บ้านเสี่ยวก่างมีชื่อเสียงใน"หมู่บ้านสามพึ่ง"ได้เเก่ "กินข้าวพึ่งการนำขายกลับ การใช้เงินพึ่งการกุศล  การผลิตพึ่งสินเชื่อ" หลังจากเก็บเกี่ยวทุกปีครอบครัวเกือบทุกครอบครัวได้ไปขอทานข้างนอก  ในปีค.ศ. 1978 ที่มณฑลอานฮุย  ตั้งเเต่ฤดูใบไม้ผลิก็มีสถานการณ์ที่อากาศเเห้งแล้ง  เสบียงฤดูร้อนทั้งมณฑลได้เกิดภาวะลดการผลิต  เกษตรกรที่หมู่บ้านเสี่ยวก่างอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมถูกบังคับ  ก็เลยต้องใช้ระบบความรับผิดชอบในครัวเรือน นึกไม่ถึงว่าระบบความรับผิดชอบในครัวเรือนได้รับประสิทธิภาพมาก ปีที่สองในหมู่บ้านเสี่ยวก่างก็ได้การเก็บเกี่ยวดี ได้ชำระภาษีเสบียงให้ประเทศเป็นครั้งแรก เเละยังได้คืนสินเชื่อภายใต้การนำของนายว่าน หลี่ ผู้เลขานุการของคณะกรรมการมณฑลอานฮุย  ประสบการณ์ที่ความรับผิดชอบในครัวเรือนของหมู่บ้านเสี่ยวก่างได้เเพร่หลายไปทั่วทั้งมณฑลอานฮุยอย่างทันที  หลังจากนั้น การปฏิรูปชนบทของจีนโดยเรียกว่า"ระบบความรับผิดชอบในครัวเรือน"ได้แพร่หลายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว ทำให้ชนบทประเทศได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
包产到户的意义无疑是巨大的。它让中国农民摆脱了遏制劳动积极性的人民公社制度,从而解放了生产力,它的推广在根本上解决了中国的口粮产能问题。而在另一个方面,它让农民从土地的束缚中解放出来,在土地严重缺乏而观念较为领先的东南沿海地带,大量闲散人口开始逃离土地,他们很自然地转而进入工业制造领域寻找生存的机会,这群人的出现直接地诱发了乡镇企业的“意外崛起”。在某种意义上,中国民间公司的庞然生长,在逻辑根源上也可以从小岗村的那个冬夜开始追寻。
    ระบบความรับผิดชอบครอบครัวมีความสำคัญอย่างมาก  มันทำให้เกษตรกรจีนออกจากระบบชุมชนที่ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน  เเละได้มีเสรีภาพในการกองกำลังการผลิต  การส่งเสริมของมันได้แก้ไขปัญหากำลังการผลิตเมล็ดข้าวของจีนจากพื้นฐาน  ที่เเถวชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นเขตที่ขาดเเคลนที่ดินมากและมีความคิดที่ทันสมัยกว่านั้น ประชาชนที่ว่างงานจำนวนมากเริ่มจากที่ดินไป   พวกเขาได้หางานที่ทำให้ตัวเองอยู่รอดที่เขตอุตสาหกรรมโดยเข้าไปอย่างเป็นธรรมชาติ กลุ่มคนเหล่านี้ได้ทำให้วิสาหกิจหมู่บ้านได้ผลุขึ้นโดยตรงที่ไม่คาดคิด ซึ่งมันก็ถือได้ว่า การเจริญเติบโตของบริษัทเอกชนจีนได้เริ่มจากคืนฤดูหนาวของหมู่บ้านเสี่ยวก่างนั้น
如果说小岗村的包干制是一场革命的话,那么,也是在1978年,距这里数百公里外的江苏省华西村则发生着另一场农村变革,与小岗村不同的是,它是从人民公社的肌体中变异过来的一种集体经济,它代表了另一类、在相当长的时间内受到政府认可,并也确实发展了生产力的民间公司模式。
    หากระบบความรับผิดชอบในครัวเรือนที่หมู่บ้านเสี่ยวก่างเป็นปฏิวัติครั้งหนึ่งละก็ งั้นในปีค.ศ.1978 เดียวกัน  หมู่บ้านหัวซีที่มณฑลเจียงซูซึ่งห่างจากที่นี่หลายร้อยกิโลเมตรกำลังเกิดการปฏิรูปชนบทรอบหนึ่งขึ้น ที่ต่างกับหมู่บ้านเสี่ยวก่างก็คือ มันเป็นเศรษฐกิจโดยรวมเเบบหนึ่งที่เปลี่ยนรูปแบบมาจากสหกรณ์ประชาชน มันได้เป็นตัวเเทนของเเบบบริษัทเอกชนอีกเเบบหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลในเวลานาน และก็ได้ส่งเสริมการพัฒนาการผลิตจริง
华西村早在20世纪60年代就是“农业学大寨”的全国典型,吴仁宝在这个村里当了创纪录的48年的村党委书记,他既是一个农村基层政权的领导者,同时又是一个乡村公司的企业家,这双重的角色让他在很多时候游刃有余,也在另一些时候,遭遇终极难题。这种欣悲交集的命运将贯穿他整个的变革生涯。
    ในสมัยปีที่ 60 ศตวรรษที่20 หมู่บ้านหัวซีก็เป็น"หมู่บ้านเกษตรศาสตร์"ซึ่งเป็นตัวอย่างเเห่งชาติ   นายอู๋ เหริ๋นเป่าได้ทำหน้าที่เป็นเลขานุการฝ่ายหมู่บ้านมา 48  ปีซึ่งทำงานนานที่สุดในหมู่บ้านนี้  เขาเป็นผู้นำในอำนาจระดับรากฐานทางชนบทคนหนึ่ง เเละยังเป็นผู้ประกอบการบริษัทชนบทคนหนึ่งด้วย บทบาทสองด้านนี้ทำให้เขาสามารถเเก้ไขเรื่องในหลายกรณีอย่างสบายๆ   เเละในเวลาอื่นๆเขาก็ได้เผชิญกับปัญหาที่ยากมาก  โชคชะตาเเบบเศร้ากับสุขผสมกันเช่นนี้จะอยู่ในอาชีพการปฏิรูปของเขาตลอด
当年,华西村成为全国闻名的“农业学大寨”样板大队,吴仁宝还因此当过所在的江阴县的县委书记,在江浙一带,华西村的地位和风光可比大寨,吴仁宝则赫然是“陈永贵式”的好干部。在1975年10月26日的《人民日报》上,新华社记者还曾用充满激情的笔触描写过华西村:“华西大队认真学大寨十一年,过去粮食亩产超一吨,今年可达2400斤……吴仁宝同志向自己提出了五项要求……四是百分之八十的力量用于抓农业,百分之十的地方财力用于农业机械化,把各行各业纳入以农业为基础的轨道;五是继续抓好六十四个先进大队,同时帮助六个后进公社赶上去。除此之外,还要建立一万人的理论队伍,一万人的科学技术队伍。他还向全省代表讲了改土治水、作物品种布局、秋肥造田、平整土地的规划,他把自己的蓝图编成了一首诗:九十万人民心向党,七十万亩田成方,六万山地换新装,五业发展六畜旺,社员人人喜洋洋。”
  ปีนั้น หมู่บ้านหัวซีได้เป็นทีมใหญ่ตัวอย่าง"หมู่บ้านเกษตรศาสตร์"ที่มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งประเทศ นายอู๋ เหริ๋นเป่าจึงได้ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการอำเภอเจียงยินที่เขาอยู่ อยู่เเถวมณฑลเจ้อเจียงกับเจียงซู  ฐานะและทิวทัศน์ของหมู่บ้านหัวซีเยี่ยมกว่าหมู่บ้าน  นายอู๋ เหริ๋นเป่าถือได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่เเบบนายเฉิน หย่งกุ้ย(นายเฉิน หย่งกุ้ยเป็นผู้เชี่ยวชายการทำนา)   ใน หนังสือพิมพ์รายวันประชาชน วันที่ 26 ตุลาคมปีค.ศ.1975 ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัวยังชื่นชมหมู่บ้านหัวซีด้วยอารมณ์ที่ฮึกเหิมว่า:"ทีมใหญ่หัวซีได้ขยันเรียนรู้หมู่บ้านมาเป็นเวลา 11 ปี  ในอดีตได้ผลิตเสบียงอาหารกว่าหนึ่งตันต่อไร่  ปีนี้สามารถเพิ่มขึ้นถึง 2,400 กก. ... ... นายอู๋ เหริ๋นเป่าได้ทำการสั่งห้าข้อกับตัวเอง ... ...ข้อสี่คือให้ความสำคัญกับการเกษตร80%   10%ของการเงินท้องถิ่นใช้สำหรับลักษณะเครื่องจักรเกษตร นำอุตสาหกรรมนานาชนิดไปทางโดยยึดการเกษตรเป็นหลัก  ข้อ5คือส่งเสริมทีมใหญ่ที่มีความเก้าหน้า 64 ทีม ในขณะเดียวกันช่วยสหกรณ์ที่ล้าหลัง6หน่วย   นอกจากนี้ยังต้องสร้างทีมทฤษฎีนับ 1 หมื่นคน ทีมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นับ 1 หมื่นคน เขายังได้กล่าวเเผนการในการวางแผนการปรับปรุงการจัดการน้ำดิน วางเค้าโครงพืชพันธุ์  สร้างนาด้วยปุ๋ยฤดูใบไม้ร่วงเเละสะสมที่ดินกับตัวเเทนมณฑล เขายังได้เเต่งโคลงหนึ่งโคลงด้วยการวางเเผนของเขาว่า: 9 เเสนคนเชื่อถือพรรคคอมมิวนิส ทุ่งนา 7 เเสนไร่ได้เป็นจริง ภูเขา 6 หมื่นลูกได้โฉมหน้าใหม่  อุตสาหกรรม 5 ด้านได้พัฒนา สัตว์ 6 ชนิดได้เลี้ยงอย่างดี  สมาชิกสหกรณ์หน้าตาเเจ่มใส่ทุกคน"
回复 支持 反对

使用道具 举报

该用户从未签到

 楼主| 发表于 2012-10-5 14:24:33 | 显示全部楼层
这样的报道充斥了一大串看上去确凿的、闪闪发光的数据,它曾经引得81岁的文学家叶圣陶激动不已,这位江阴人据此写了一首很长的赞美诗,其中有“仁宝同志江阴众,英雄业绩维仔肩,更思举国数千县,孰不能如江阴焉”之句。而在事实上,吴仁宝在高调学大寨的同时,却又干着另一些“见不得人”的工作。早在1969年,他就抽调20人在村里偷偷办起了小五金厂。“当时可千万不能让外面知道,正是割资本主义尾巴的时候呢。”后来顶替吴仁宝担任华西村党委书记的他的第四个儿子吴协恩回忆说,“田里红旗飘飘、喇叭声声,检查的同志走了,我们转身也进了工厂。为什么冒险搞工业?因为种田实在挣不到钱。当时全村人拼死拼活,农业总产值24万元,而只用20个人办的小五金厂,三年后就达到了24万元的产值。”1978年,吴仁宝盘点过华西村的家底,共有固定资产100万元,银行存款100万元,另外还存有三年的口粮,这在全国的数千乡村中可谓富甲一时。在当时,一包烟的价格是0.2元,整个江阴县的工农业总产值也仅仅数亿元而已。
    รายงานที่เต็มไปด้วยข้อมูลยาวที่ดูเหมือนเป็นข้อเท็ดจริงนี้  ทำให้นายเย่ เซิ่งเถานักวรรณคดีผู้ที่อายุ 81 ปีรู้สึกตื่นเต้นมาก  คนที่มาจากเจียงยินคนนี้ได้เขียนโคลงที่ชื่นชมหนึ่งโคลงที่ยาวมาก ซึ่งในนั้นมีประโยคว่า "นายเหริ๋น เป่าเป็นวีรบุรุษจริงๆ ได้ทำงานยิ่งใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูงให้กับประชาชน ไม่มีใครคนไหนเปรียบเทียบได้"ในความเป็นจริง ในขณะที่นายอู๋ เหริ๋นเป่าได้เรียนรู้จากหมู่บ้าน เขายังได้ทำงานอื่นๆอย่าง"ลับๆล่อๆ"   ในปีค.ศ.1969  เขาก็ได้เลือก 20 คนในหมู่บ้านมาตั้งโรงงานเล็กประเภทโลหะ "ตอนนั้นไม่กล้าให้คนนอกคนใดรู้หรอก  ซึ่งยังเป็นเวลาที่กำลังคัดค้านทุนนิยมอยู่"นายอู๋ เสเอิน ซึ่งเป็นลูกชายคนที่สี่ของเขาได้ทำหน้าที่เป็นเลขานุการฝ่ายการหมู่บ้านหัวซีในภายหลังแทนหวนคิดว่า"ในทุ่งนาธงสีแดงปลิวอย่างมาก เสียงลำโพงดังกังวาน พอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากไป เราก็หันตัวเข้าในโรงงาน ทำไมต้องพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยเผชิญความเสี่ยงเช่นนี้ล่ะ? ก็เพราะทำนาไม่มีรายได้  ตอนนั้นประชาชนทั้งหมู่บ้านทำงานอย่างหนักหนา มูลค่าการผลิตรวมทางการเกษตร 2เเสน 4 หมื่นหยวนเท่านั้น เเต่โรงงานเล็กประเภทโลหะที่มีเเค่ 20 คนเท่านี้  สามปีผ่านไปมูลค่าการผลิตก็มี 2 เเสน 4 หมื่นหยวนเเล้ว"  ในปีคงศ.1978  นายอู๋ เหริ๋นเป่าได้คำนวณทรัพย์สินครอบครัวที่หมู่บ้านหัวซี ได้ทั้งหมด 1 ล้านหยวนในสินทรัพย์คงที่ เงินฝากหนึ่งล้านหยวน ยังมีเสบียงอาหารที่สามารถกินได้สามปี  ซึ่งนับได้ว่ารวยสุดในหมู่บ้านนับพันทั่วประเทศ  ในเวลานั้นราคาของบุหรี่หนึ่งซองเป็น 2เหมา(เท่ากับหนึ่งบาท)  มูลค่าผลผลิตอุตสาหกรรมและการเกษตรรวมของอำเภอเจียงยินก็เพียงเเค่ไม่กีสิบล้านหยวน
就这样,吴仁宝用一种很特殊的方式改造他的家乡,1978年12月8日,《人民日报》在头版头条的显赫位置再次报道了华西村,题目是《农民热爱这样的社会主义》,同时还配发了“本报评论员”文章《华西的经验说明了什么》,这是当年度这家“中国第一媒体”对全国乡村最高规格的报道。可是,在江苏省和江阴一带,华西被嘲讽为“吹牛大队”,还有一些人给中央写内参,告发“华西村是个假典型”。在这样的风波中,吴仁宝奇迹般地躲过了暗箭,他的“江阴县委书记”在一次举报后被摘掉了,可他在华西村搞的那些小工厂却一直在地下运转。这些不受保护、偷偷摸摸的五金作坊成为了日后燎原中国的乡镇集体企业的胚胎。
   ด้วยวิธีนี้  นายอู๋ เหริ๋นเป่าได้ทำให้บ้านเกิดของเขามีการเปลี่ยนเเปลงด้วยวิธีพิเศษเเบบหนึ่ง  วันที่ 8 ธันวาคมปีค.ศ.1978 "หนังสือพิมพ์รายวันประชาชน"ได้รายงานกล่าวถึงหมู่บ้านหัวซีในที่สำคัญที่สุดของหนังสือพิมพ์อีกครั้ง หัวข้อคือ"เกษตรกรรักสังคมนิยมเเบบนี้ " และยังได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง"ประสบการณ์ของหัวซีแสดงให้เห็นว่าอะไร"ของ"นักวิจารณ์หนังสือพิมพ์" นี่เป็น"สื่อแรกเเห่งจีน"ที่ได้รายงานชนบทมาตรฐานสูงสุดในประเทศในปีนั้น  แต่ที่เเถวมณฑลเจียงซูกับเจียงยิน  หัวซีถูกเยาะเย้ยว่าเป็น"ทีมเป้อเย้อ" ยังมีคนบางคนเขียนอ้างอิงให้กับกลางพรรค กล่าวโทษหมู่บ้านหัวซีเป็นตัวอย่างปลอม ในสถานการณ์เเบบนี้ นายอู๋ เหริ๋นได้รอดตัวอย่างนึกไม่ถึง  เขาถูกปลดออกจากตำเเหน่งที่เป็น"เลขานุการของอำเภอเจียงยิน" หลังจากถูกกล่าวโทษ เเต่โรงงานขนาดเล็กที่เขาตั้งขึ้นในหมู่บ้านหัวซีเหล่านั้นได้ดำเนินการอยู่ตลอด  โรงงานประเภทโลหะที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การป้องกันเเละด้วยทำอย่างลับๆล่อๆเหล่านี้ได้เป็นการเริ่มต้นของธุรกิจโดยรวมชนบทที่พัฒนาอย่างรวดเร็วของจีนในภายหลัง
我们把视野放得辽阔一点便不难发现,在当时的中国,吴仁宝其实并不孤独。在北方天津静海县蔡公庄的大邱庄,一个叫禹作敏的村党支部书记也在村里偷偷办起了一家冷轧带钢厂。大邱庄是远近闻名的穷村,当地有“宁吃三年糠,有女不嫁大邱庄”的民谣,谁也不会料到十年后这里竟会成为富甲一时的“天下第一村”。而在素来有工业传统的江浙一带,一批小工业作坊—没有人做过确凿的统计,如果我们用“上千个”这个概念应该不会太偏离事实—已经星星点点地冒了出来。在浙江,钱塘江畔的萧山县,鲁冠球创办的农机厂已经悄悄度过了它十周年的纪念日。
  เรามองไปข้างหน้าหน่อยก็สามารถสังเกตได้ว่า ในขณะนั้นที่จีน ที่จริงเเล้วนายอู๋เหริ๋นเป่าไม่ได้เป็นคนเดียวหรอก   ที่หมู่บ้านต้าเชียวของหมู่บ้านช่ายกงอำเภอจิ้งไห่เมืองเทียนจินที่อยู่ภาคเหนือ มีผู้เลขานุการสาขาของหมู่บ้านคนหนึ่งชื่อหยวี่  จว้อหมิ่นก็ได้เเอบตั้งโรงงานเหล็กแผ่นรีดเย็น(Cole-Rolled Steel Wires And Bars)ร้านหนึ่ง หมู่บ้านต้าเชียวเป็นหมู่บ้านยากจนที่เป็นที่รู้จักกัน  ในท้องถิ่นมีเพลงพื้นเมืองเล่าว่า"แทนที่จะกินรำสามปี  ก็ไม่ยอมให้ลูกสาวเเต่งงานกับหนุ่มหมู่บ้านต้าเชียว" เเต่ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าสิบปีผ่านไปที่นี่ได้กลายเป็น"หมู่บ้านเเห่งเเรกในโลก"ที่รวยที่สุด  เเละเเถวมณฑลเจียงซูกับเจ้อเจียงที่เป็นเขตอุตสาหกรรมดั้งเดิม โรงงานเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่มีสถิติที่เท็จจริง  ถ้าเราใช้แนวคิด"นับพัน"บางทีจะไม่มากเกินไปหรอก -- มีการผลุออกมาเป็นจำนวนมาก  โรงงานเครื่องจักรกลเกษตรที่ตั้งโดยนายหลู่ ก้วนฉิว อำเภอเซียวซานที่อยู่ชายเเม่น้ำเฉียนถางเจียงของมณฑลเจ้อเจียงได้มีประวัติศาสตร์นับเวลาสิบปีเเล้ว
在这里,我们必须提醒读者一个事实:中国民营公司的成长从一开始就有两个源头,一是华西式的乡村基层政权及其集体企业组织,二是鲁冠球工厂式的自主创业型企业。在日后很长的时间里,吴仁宝和鲁冠球是中国乡镇企业最耀眼的“双子星座”,但是他们的起点却相去甚远,前者始终依托在村级政府的肌体上,而后者的崛起则大半是个人创造。这种差异在一开始并不起眼,甚至在相当长的时期内,连他们自己都没有注意到这一点,“乡镇企业”一直是他们共用的一个概念,直到“企业产权”的归属成为一个问题时,他们的命运才开始向不同的方向飞奔,这自然是1990年之后的话题了。
ที่นี่เราจะต้องเตือนผู้อ่านด้วยข้อเท็จจริงข้อหนึ่งว่า:การเจริญเติบโตของบริษัทเอกชนจีนตั้งแต่เริ่มต้นก็มีแหล่งที่มาสองที่ หนึ่งคืออำนาจทางการเมืองรากฐานเเบบหมู่บ้านหัวซีเเละองค์กรธุรกิจโดยรวม  สองคือธุรกิจเเบบก่อตั้งกิจการด้วยตนเองที่เป็นเเบบโรงงานนายหลู่ ก้วนฉิว   ในอนาคตอันเวลานาน  นายอู่ เหริ๋นเป่ากับนายหลู่ ก้วนฉิวได้เป็นราชาทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน แต่จุดเริ่มต้นของพวกเขาต่างกันมาก  นายอู่ เหริ๋นเป่าได้พึ่งพารัฐบาลในหมู่บ้านอยู่ตลอด เเต่ครึ่งหนึ่งในความสำเร็จของนายหลู่ ก้วนฉิวได้ทำโดยเขาเอง ตอนเเรกความแตกต่างนี้ไม่มีใครสนใจ  ซ้ำในช่วงเวลายาวนาน   พวกเขาเองก็ไม่เคยได้สนใจกับมัน พวกเขาได้เรียกธุรกิจเเบบนี้ด้วยกันว่า"ธุรกิจตำบล(township enterprises)" จนถึงการอยู่ในสังกัดของ"สิทธิการผลิตของธุรกิจ"กลายเป็นปัญหาที่ต้องการเเก้ไข  โชคชะตาของพวกเขาถึงเริ่มแตกต่างกัน ซึ่งมันเป็นเรื่องหลังปี 1990 เเล้ว
萧山虽处鱼米之乡的江南,却是江沙冲击出来的小平原,人口众多而地力贫瘠,鲁冠球生来对种地毫无兴趣,他自小流浪乡里,先学打铁,后修自行车,25岁那年,他东借西凑4000元,带着6个人办起了“宁围公社农机厂”,并自任厂长。宁围是他出生地所在,在他将近50年的职业生涯中,这位日后著名的“中国企业常青树”把公司办到了大洋彼岸,自己却从来没有离开过这块土地。
    แม้ว่าเมืองเซียวซานตั้งอยู่ทางใต้เเม่น้ำซึ่งเป็นถิ่นที่ในน้ำมีปลาในนามีข้าว  เเต่เป็นที่ราบเล็กที่มาจากการผลกระทบเล็กของทรายแม่น้ำ  มีประชากรจำนวนมากและอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ  นายหลู่ ก้วนฉิวตั้งเเต่เกิดมาก็ไม่ได้สนใจกับเเผ่นดินเเห่งนี้  ตั้งเเต่ยังเป็นเด็กเขาก็พเนจรอยู่ตามหมู่บ้าน  เขาได้เรียนตีเหล็กก่อน เเล้วซ่อมจักรยาน ปีที่เขาอายุ 25 ปี เขาได้ยืมมา 4,000 หยวน   เเละได้พาคน 6 คนรวมกันจัดตั้ง"โรงงานเครื่องจักรเกษตรสหกรณ์หนิงเหว๋ย" และทำหน้าที่เป็นผู้บริหารโรงงานด้วยตัวเอง หนิงเหว๋ยเป็นบ้านเกิดของเขา  ในระยะเวลาอาชีพที่เกือบ 50 ปีของเขา คนที่มีชื่อเสียงในอนาคตว่า"ต้นไม้เขียวตลอดของวิสาหกิจเเห่งจีน"คนนี้ได้ย้ายบริษัทของเขาข้ามน้ำข้ามทะเลไปที่ต่างประเทศ แต่เขาเองไม่เคยได้จากเเผ่นดินเเห่งนี้ไปสักครั้งเลย
回复 支持 反对

使用道具 举报

您需要登录后才可以回帖 登录 | 立即注册

本版积分规则

小黑屋|Archiver|泰国网    收录查询



泰国华人论坛提供的资源来源于网络,如果有侵犯您版权的文章请及时联系我们,我们将会在24小时内删除
E-mail:admin@taihuabbs.com
拒绝任何人以任何形式在泰国华人论坛发表与中华人民共和国法律和泰国法律相抵触的言论!
Powered by 泰国华人论坛 Code 网站备案号:鲁ICP备09004419号
Copyright © 2008 - 2015 泰国华人论坛All Rights Reserved.
收录查询
今天是:|本站已安全运行了:
|

Powered by Discuz! X3.2

© 2001-2013 Comsenz Inc.

GMT+8, 2016-2-9 21:39

快速回复 返回顶部 返回列表